Permalink

ประสบการณ์การดัด, ทำสีผม ครั้งแรกในชีวิต

จริงๆ เคยดัดมาแล้ว (ดัดจริต ผิด) คือไปตัดแล้วโดนอีเจ๊ไซโคให้ดัดข้างหลัง ก็เลยดัดข้างหลังแบบครึ่งผีครึ่งคนมา แถมไม่แนะนำอีกว่าห้ามสระผมหลังดัด (หรือมันเป็นเรื่องที่ชะนีต้องรู้ แต่กูไม่รู้นี่หว่า) ก็เลยปัดตกไป (ร้านในห้างด้วยนะ แถวลาดพร้าวนี่แหละ เค้าตัดดีนะ แต่ดัดผมและไม่แนะนำนี่เหี้ยแม่ง)

ช่างเหอะ มาพูดถึงประสบการณ์ใหม่วันนี้ ที่ได้จากร้านเดิม ไปครั้งนี้เป็นรอบที่ 3

ตอนไปครั้งที่สอง ลุง (จริงๆ ก็ไม่แก่ขนาดนั้น แต่จะเรียกลุงมีไรมะ) ก็จำหน้าได้ ขนาดไม่ได้โผล่ไปสามเดือนนะ ก็ตัดให้ทรงเดิม บ๊อบ แต่เทให้ซ้ายยาวกว่าขวา (เพื่อ) ตอนแรกเทให้ขวายาวกว่าซ้าย (ไม่มีวาดรูปให้อีกตะหาก เสียใจมาก)

มาครั้งนี้จริงๆ ก็ไม่มีอะไร คือไป Harrods กะพี่ตั๊กและป้าแก้ว แล้วนางพูดคีย์เวิร์ดมาคำนึงว่านางอยากดัดผม … อีนี่ก็อยากดัดบ้าง คือคิดมานานมากแล้วเรื่องอีย้อมสีผมกะดัดผมเนี่ยแต่ไม่ลองซะทีเพราะแบบ เสียดายครั้งแรก อยากไว้ผมดำ กลัวผมยาวแล้วแบบ ทำไงวะ ต้องเติมโคนงี้ เปลืองนะ กลัวผมเสียนะ กลัวๆๆ ไปหมด แต่สุดท้ายก็ทำ ..ไรของมึ้งงง

แต่ก็ไม่รู้เป็นไร เวลาอยู่คนเดียวชอบเข้าร้านทำผม ฮ่าๆ รู้สึกไปแล้วว่าการทำผมคือการบำบัดอย่างนึงของชีวิต

เข้าไปที่ร้านราวๆ เกือบๆ ห้าครึ่ง บอกไปอย่างมั่นใจ “ขอทำสีกะดัดค่ะ” ลุงโยก็ทำหน้าลำบากใจติ๊สนึง เพราะปกติเราไปจะจองคิว แต่นี่ติดคิวลูกค้าคนอื่นด้วย ลุงโยบอกว่าทำสีให้ได้แต่ดัดอาจจะต้องรอ “ไม่เป็นไร รอได้ค่ะ” คือถ้าพ้นวันนี้ไปแล้วอาจจะไม่อยากทำละไง มันเป็นเรื่องของฟีลลิ่ง ฮา ลุงโยก็เลยโอเค ก่อนอื่นก็ถามราคา ลุงเค้าก็จิ้มเครื่องคิดเลขให้เสร็จสรรพ สูดลมหายใจเล็กน้อยพอประมาณ โอเค รับได้ กูรวย! (จริงๆ เปล่า) แล้วมาลองกัน

ตอนจะทำสีผม ลุงโยก็ถามว่าจะเอาสีไหน “แล้วแต่เลยค่ะ อยากให้ทำสีไหนก็ว่ามา” (คือชั้นไม่มีอะไรในหัวจริงๆ) ลุงแกก็หัวเราะ แล้วก็จิ้มๆ เลือกให้ คงไม่สว่างมากนะ เอาสีนี้ละกัน สีซากุระ ออกชมพูๆ ลุยเลยค่ะลุง จัดมา

ลุงก็ผสมสีๆๆ แล้วก็ปาดๆๆ ที่ปลายผม แล้วก็เอาอะไรร้อนๆ มาอบ แล้วก็ส่งให้อีกคน (มารู้ทีหลังว่าอายุเท่ากัน คือคุณเปรียว แต่นางเก่งมาก พูดอังกฤษกะญี่ปุ่นได้ นี่คืออิจฉา คือสื่อสารกะลุงโยไม่เป็น T T) เค้าก็ปาดโคนผมให้ แล้วก็รอ…

ทำไมผมมันไม่ค่อยออกสีเลยวะ (เริ่มใจเสีย) แต่มันคงเป็นที่แสงไฟ (นี่ก็ปลอบใจตัวเอง) แล้วลุงโยก็มาดูๆ เล็มๆ ทรงให้ เล็มหน้าม้าให้ตามรีเควสต์ (เป็นมนุษย์ชอบม้าเต่อ) แล้วก็ไปสระผม ไดร์ผม มีคนชมด้วยว่าผมนิ่มขนาดยังไม่ลงครีมนวด ฮือ พี่เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ชมหนูเลยค่ะ หนูปลื้มมากกกกกกกกกกกกกกกก

แล้วก็รอลุงโยตัดผมให้คนอื่่น ก็อ่านนิยายรอไป จนถึงทุ่มครึ่ง ถึงได้เวลาดัดผม

ดัดผมครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว ครั้งที่แล้วคือสี่ห้าลอนใหญ่ๆ เองมั้ง แต่ครั้งนี้คือ ดัดทั่วหัวเลย ลุงโยแบบ หยิบปอยผมมาเล็กมากกก แล้วก็ม้วน ม้วน ม้วน คุณเปรียวมาช่วยม้วน คุณเต้ แฮร์สไตลิสต์อีกคนมาช่วยทำให้มันแข็งแรงขึ้น ม้วนเกินสี่สิบปอยได้มั้ง… แล้วก็ราดน้ำยา แล้วก็รอ

สิบนาทีผ่านไป ลุงโยไปพอใจเกลียว ม้วนใหม่ รอไปอีกสี่นาที

สี่นาทีผ่านไป ลุงโยก็ยังไม่พอใจ ราดๆๆๆ น้ำยา (เหมือนจะหมดขวดที่สองแล้ว) รอไปอีก

รอบที่สาม ยัง ยังไม่พอ ราดๆๆๆ ทั่วหัว แล้วรออีกสิบนาที (อีนี่เริ่มเมื่อยละ)

สิบนาทีผ่านไป เหมือนจะผ่านเซอทิฟิเคต วิ่งไปให้คุณเปรียวใช้ครีมนวดๆๆ ออกมานั่งหน้ากระจก

นี่กูเหรอ…แม่งตกใจมาก ไม่ชินหน้าตัวเอง 55

ลุงโยก็ใส่โลชั่นผม ใส่มูส แล้วก็ไดร์ๆๆๆ ลุงบอกว่าที่ทำทรงนี้ให้เพราะมันจะม้วนตัวสวย เค้าเห็นแต่งตัวน่ารักมาทำผมตลอด ก็เลยอยากให้ผมเข้ากะอิมเมจ (อั้ยย่ะ นี่ลอยแล้วจุดนี้)

ช่างทั้งร้านชมเปาะชนิดแบบ น่าถ่าย before after ไว้ (นี่ดูดีขนาดนั้น?) มีคนบอก เปลี่ยนไปเยอะมาก เข้ามา 10 ออกไป 100 เลย โอ้ยดีใจ

อัปรูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีคนไลก์ ชะนีชม พอใจละชีวิต ผ่านละ T T ถ้าไม่นับอีตี๋ที่เอาแต่หัวเราะ กะมีคนบอกว่าเหมือนอาจุมม่า (อีสรั๊สส) ก็พอใจละ

ราคา…แพงนะ แต่ถามว่าไปใช้บริการอีกมั้ย ไปค่าาา รักร้านนี้ตรงไม่ต้องคิดทรงผมเองนี่แหละ

ป.ล.

  • ดัดแล้วห้ามสระ ให้น้ำยาทำงานให้ครบ 48 ชม ก่อน ถ้าคันหัวจริงๆ ใช้ทรีทเมนต์ได้ แต่ห้ามสระ
  • ถ้าครบเวลา สระผมแล้วสีผมจะสว่างและลอนจะคลายกว่าเดิม
  • แต่ก็อย่าสระบ่อย (สระวันเว้นวันก็ดี) อุตส่าห์ไปทำผมมาดีๆ (คือนี่ชอบสระผมทุกวัน)
  • รักร้านนี้ จะพยายามตั้งใจแต่งตัวและแต่งหน้านะ (ทาปากก็ยังดีวะ)
  • สิริรวมวันนี้ เข้าร้านห้าครึ่ง ทำสีไม่นาน ดัดนานมาก ดัดสองชั่วโมงแน่ะ

นี่ทรงผมอะฮั้น

 

Permalink

Korea Day 3

มโนไทม์ 6-7-8 (มอร์นิ่งคอล, ข้าวเช้า, ทำกิจกรรม)
ความเป็นจริง กว่าสามคนจะออกจากห้องก็เจ็ดครึ่ง ที่เหลือคือเวลาแดกข้าวเช้า 555
อาหารเช้าก็กินที่โรงแรม ไลน์อาหารทำมะดา ไม่อร่อยแต่ก็ไม่แย่

การแต่งกาย
บน: ฮีทเทคชั้นใน, ฮีทเทคคอเต่า + โค้ทดำขนเป็ดยูนิโคล่ (จิ๊กจั๊วมา)
ล่าง: เล็กกิ้งข้างในมีขนนิ่มๆ ซื้อจากยูเนียนมอลล์ เจ๊ขนขายเคลมว่ากันหนาวอุณหภูมิติดลบได้, ถุงเท้าวูล, บู๊ท
ออปชั่น: ถุงมือฮีทเทค, ถุงมือหนาๆ, ที่ปิดคอ
หน้า: เจ๊เกศกรีดตาให้ แต่ลืมตาแล้วก็มองไม่เห็นอยู่ดี – –

กินข้าวเช้าเสร็จก็มีกิจกรรม มีบางคนไปเล่นสกี (เราไม่ได้เล่น) เล่นสกีเสีย 50,000 วอน (ตกพันห้าร้อยบาทไทย) แต่เลือกไปนั่งกอนโดล่าแทน (กอนโดล่าก็คือกระเช้าลอยฟ้า นั่งไปอีกทีดูวิว ค่านั่ง 15,000 วอน ก็ตกเกือบๆ ห้าร้อยได้) ถ้าเล่นสกีกินข้าวเสร็จต้องเริ่มเล่นเลยคือแปดครึ่ง แต่กอนโดล่าเริ่มนั่งตอนเก้าโมง ก็เลยไปเดินเล่นรอบโรงแรมจึ้กนึง แล้วก็กลับมา

อากาศเย็นสาส (เห็นว่า -1 องศา) แต่ว่าหิมะเป็นหิมะปลอม T-T เสียใจที่สึส (หรือคือหิมะจริงวะ ไม่รู้เหมือนกัน)

และแล้วก็ได้เวลานั่งกอนโดล่า
เข้าสู่ช่วง คุณทนความเย็นได้แค่ไหนอีกรอบ เย็นมากกกกกกกกกกก แต่ก็ยังเล่นๆๆ เดินๆๆ กระโดดๆๆ กลิ้งๆๆๆ เอาหมีคุมะไปถ่ายกะหิมะ จิ๊กไวไฟชาวบ้านเล่น แล้วก็ได้เวลากลับที่พัก

(เม้าเรื่องไวไฟหน่อย ไปกะทัวร์ ทัวร์บอกว่า ที่โรงแรมมีไวไฟฟรีที่ล็อบบี้ และทัวร์มีไวไฟฟรีในรถบัสให้ ซึ่่งเอาเข้าจริง ไวไฟที่ล็อบบี้ ม่ายมี ส่วนไวไฟในรถมี แต่ใช้ได้ 5 คน จ้ะ รถคันนึงมี 30 ชีวิต ได้ไวไฟฟรี 5 คน จ้ะ ดี ดีออกกกก)

กลับมาที่พัก นั่งรถตุเรงๆ ไปกินข้าว
อาหารมื้อนี้กินหมูย่างเกาหลี เค้าบอกว่าร้านดังนะ คนมากินเยอะ (ซึ่งดูรูปแล้วแม่งมีแต่ดาราไทย โอเค คือดังในไทยสินะ แต่ก็ยังดี)
หมูอร่อยดี กินกับข้าว โซจู กิมจิ (มีกิมจิทุกมื้อ) ผัก
ไกด์บอกวิธีกินหมูเกาหลีคือ เอาใส่ปาก เคี้ยว แดก (ล้อเล่น) วิธีย่างคือ เอาหมูสะเด็ดน้ำหมักออก วางบนตะแกรงย่าง พลิกครั้งเดียว แล้วเอากรรไกรตัด แล้วแดก แต่ความเป็นจริงคือ มีผู้ช่วยไกด์มาช่วยพลิก 1 รอบ แล้วผู้ช่วยไกด์อีกคนก็มาช่วยพลิกอีก 1 รอบ โอเค พลิกครั้งเดียว (ขำดี) แต่ก็อร่อยดี เติมหมูได้ไม่อั้น
แดกๆๆๆ จากนั้นก็มีดูร้านของฝาก ไกด์แนะนำกรรไกรตัดเล็บยี่ห้อ 777 ที่เค้าบอกว่าดีมาก (แต่ไม่ได้ซื้อ อ้าว) แล้วก็เดินทางต่อ

โปรแกรมถัดไปคือไร่สตรอแบรี่~~~~~~~~ ไกด์เกาหลีบอกว่า นี่ไม่ใช่สะตอเบอรี่หนาคับ เรียกสะตอเบอเร่อน้ะ (แม่ะ) แล้วก็ตามโปรแกรมคือ เข้าไปในไร่สตรอเบอร์รี่ เก็บจากต้น แดกๆๆๆ ไรงี้ใช่มะ แต่พอไปถึงจริงๆ ไกด์กลับบอกว่า เค้าเพิ่งเก็บสะตอแบรี่ไปหนาคับ เลยให้แดกจากแก้วแทน แต่ก่อนแดกเนี่ยยย จงเอาสะตอแบรี่ไปถ่ายรูป แอ๊บว่าได้มาเด็ดจากต้นหนาคับบบ ม่างมีงี้ด้วย เงิบกันไป (แต่ก็ถ่ายรูปกันนะ)

สตรอเบอร์รี่หวานมากกกกกกกกก อร่อยมากกกกกกกกก ฟินมากกกกกกกกกกกกกกก (ให้อภัยทุกอย่างที่แขวะมา) จกๆๆๆ แล้วเค้าก็มีขายของ ลังละ 60,000 วอน ส่งถึงอินชอน ก็สั่งไปลังนึง (แต่มีคนฝากซื้อ 2 กล่อง) ก็โอเค จากนั้นก็ไปที่ที่ใฝ่ฝัน เอเวอร์แลนนนนนด์~~~~

มาถึงเอเวอร์แลนด์ตอนราวๆ สามโมงครึ่ง ไกด์ให้เวลาถึงห้าโมงครึ่ง ดีออกกกก จะเล่นได้กี่เครื่อง ดีออกกกกก เกือบใส่เกียร์หมาวิ่งเข้าสวนสนุก ไกด์ก็ขอให้ถ่ายรูปรวมก่อน ดีออกกกกก (แต่ก็ถ่าย อ้าว) แล้วก็วิ่งไปเตรียมเล่นเครื่องเล่น (อยู่กะสายเครื่องเล่นฮาร์ดคอร์)

เครื่องแรกคืออีนี่ หมุนๆๆ เหวี่ยงๆๆ กรี๊ดๆๆๆ

เครื่องที่สอง T-Express! รถไฟเหาะที่เค้าเคลมว่าเร็วสุด นานสุด และทำจากรางไม้ และองศาการทิ้งดิ่งของมันคือเกือบเป็นมุมฉาก ไปรอเข้าคิวนานพอสมควร และก็ได้เล่น เล่นแล้วก็แบบ แหกปาก ว้ากกกกกกกก ทิ้งดิ่ง ว้ากกกกกกกกกก หมุนนนน ว้ากกกกกกกกก ไอ้เหี้ยดิ่งอีกแล้ว ว้ากกกกกกกกกก ตอนใกล้ฟินาเล่นี่ ว้ากกกกกกกกกกกก แล้วก็ผ่านอีกล้องที่ แชะ แชะ แชะ ตอนทำหน้าเห้สุดๆ – -* แล้วก็จบพิธี ฟินมาก เสียวมาก (อย่าคิดไปไกล) แล้วก็ออกมา

อีกเครื่องเล่นที่ได้เล่นคือนั่งบนอะไรที่มันหมุนๆ ไม่ได้ถ่ายรูปมา หมุนแล้วก็เหวี่ยงไปมา ไม่ฟินเบย – – (คือดันไปเล่นตัวพีกมาก่อนละไง) แล้วก็จบ หมดเวลา

ไอติมเม็ดที่เอเวอร์แลนด์ อร่อยดี (กินไอติมตอนอากาศเย็นนี่มันฟินจริงๆ)
กินข้าวโพดย่างด้วย (ไม่อร่อย)

วิวตอนกลางคืน สวยดี

ก่อนออกจากเอเวอร์แลนด์ก็ไปสอยไอ้ที่ลอกเท้าของ The Face Shop ฮ่าๆ (ทำไมแกไม่รอวันไปเมียงดง) แล้วก็มากินอาหาร อาหารวันนี้ไปกินบุฟเฟต์ที่ Viva Luce ที่กังนัม เป็นบุฟเฟต์ อาหารก็โอเคไม่ดีไม่ร้าย มีขาปูแห้งๆ ให้กิน แล้วก็มีไวน์เบียร์ตามแต่จะว้อน

แล้วก็เข้าที่พัก พักที่ Novotel กังนัม (มีเตียงคู่กะเตียงเดี่ยว ขออภัยไม่ได้ถ่ายรูปมา)
โรงแรมไฮโซดี มีไวไฟ แต่ชั่วโมงละ 5,600 วอน ดีออกกกกกกก (ไหนไกด์ว่ามีฟรีไวไฟที่ล็อบบี้วะ)
ก็เก็บของ แล้วก็ลงมาเดินลั้ลลา เดินๆๆ ย่านกังนัม กังนัมสไตล์ กรี๊ดๆๆๆ (สาดรูป)

มีปาร์ตี้มาม่าก่อนนอนด้วย ฮ่าๆ มาม่าเกาหลี (ที่เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นรสเนื้อ แต่กรูไม่แดกเนื้อ…)
ก็เป็นอันจบวัน

สรุป

  • คุณทนความเย็นได้แค่ไหนประจำวันนี้ ข้างบนพอจะทนได้ แต่อีเล็กกิ้งไม่ค่อยได้ แต่ก็โอเค (เสื้อคลุมมิชลินปล้องๆ ใส่แล้วอุ่น แต่อ้วน ต้องเลือก)
  • แต่ตอนเดินในโซลไม่ได้ใส่โค้ตนะ (เลิกใส่บูทด้วย) ก็โอเคไม่เลวร้ายมาก (ที่ปิดคอช่วยได้จริงๆ)
  • ถุงมือหนาๆ แม่งเกะกะชีวิต หยิบจับอะไรก็ยาก (จริงๆ ใส่ถุงมือบางๆ ฮีทเทคก็จับของยาก แต่บางทีก็จำเป็น)
  • ที่ปิดคอเวิร์กมากกกกกกกกกกก (ไม่ชอบใช้ผ้าพันคอ เอ๊ะบ่นไปแล้วใช่มะ)
  • ไวไฟที่เกาหลีมีเยอะมาก มีให้เล่นฟรีได้เป็นระยะๆ ตอนที่เดินเล่นตอนกลางคืน จิ๊กไวไฟชาวบ้านได้เกือบทุกย่านเลย แต่เดินได้ 3 ก้าวก็เน็ตหลุด (แหงสิ)
  • โซลคืนนี้อากาศราวๆ 4 องศา (ดูจากไอพอด)
  • พบว่าคนเกาหลีใช้ซัมซุงเป็นส่วนมาก (ก็แหงสิครัช)
Permalink

Korea Day 2

ถึงสนามบินอินชอน ลงจากเครื่อง ไปรอพรรคพวกที่หน้าห้องน้ำแรกตามที่ไกด์บอก เพื่อเข้า ตม พร้อมๆ กัน
ไกด์บอกว่า บางคนอาจจะโดนเรียก ก็ไม่ต้องตกใจไป อะไรงี้ (ลืมบอกไปว่าใบ ตม เค้าเขียนให้หมดเลย เหลือเซ็นชื่อให้ตรงกะพาสปอร์ต และกรอกอาชีพ กรอกว่าเป็น Officer ไปก็ได้)
ก็เดินเข้า ตม ไปให้เค้าตรวจ ด้วยใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ (หนุ่ม ตม หน้าปลาตายมาก — สาวไทยตัวร้ายกะนาย ตม เย็นชา) แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี
มารอคนเปลี่ยนชุดพร้อมรบกับอากาศหนาว ส่วนตัวขี้คร้านเปลี่ยนเลยแต่งมาแล้วพอสมควร

บน: เสื้อซับ (ไม่ใช่ฮีทเทค) + มินิเดรส 1 ตัว ผ้าหนาพอควร + โค้ทน้ำตาล (หนาเหมือนกัน)
ล่าง: เลกกิ้ง + เลกกิ้งยีนส์
อื่นๆ: ถุงมือหนาๆ สีม่วง, ถุงเท้าวูล, บูท, อีขนๆ ไว้ปิดคอ

ขนๆ คือไอ้นี่ (แม่งมีประโยชน์มากจริงๆ)

เอาล่ะ พร้อมออกเดินทาง

ออกจากอินชอนปุ๊บ อากาศที่เจอคือ เย็นนนนน แต่ก็ไม่ได้ถึงกะทนไม่ได้ เย็นระดับสบายๆ กี่องศาไม่รู้ แต่น่าจะไม่เกิน 10 แหละ ก็ไปขึ้นรถ เจอไกด์ท้องถิ่น พูดๆๆ แล้วก็จะเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ไรไม่รู้ ระหว่างทางก็มีแจกขนมไส้ถั่วแดงกะนมกล้วย (ตอนแรกบอกว่าจะเป็นข้าวห่อสาหร่าย ไหงพี่เปลี่ยนกันแบบนี้) และแจกน้ำแร่ evian 1 ขวด

จากนั้นก็เดินทางไปพิพิธภัณฑ์เพื่อที่จะเจอว่า…แม่งปิด ถ่ายรูปข้างหน้าเอาก็ได้วะ ฮือ

จากนั้นเค้าก็พาไปให้อาหารนกที่เรือ (ตอนนี้อากาศเริ่มหนาวขึ้นละ) ให้ขนมที่เหมือนฮานามิมา แล้วโยนๆๆ นกก็จะกินๆๆ แล้วก็วนไปต่อแถวกินต่อ แปลกดี
นกงับขนมเก่งมาก แทบไม่พลาดเลย

เสร็จแล้วก็ไปไชน่าทาวน์ (สาดรูปรัวๆ)

จากนั้นก็ไปกินข้าว อาหารมื้อนี้เป็นสุกี้ชาบูชาบู (ไกด์ชอบย้ำมากว่าห้ามเอาตะเกียบคีบหมูที่ไม่สุก เพราะอาจทำให้ท้องเสียได้ แต่ก็ไม่มีใครสนใจ) ก็กินๆๆ กินกับข้าว กับน้ำจิ้มสุกี้ แล้วเค้าก็เอามาม่ามาใส่ให้อีก แล้วก็ใส่เครื่องปรุงมาม่า หลังๆ เริ่มคล้ายอีโทดาริ (ป่าววะ) ในเซ็นทรัลลาดพร้าวละ ฮ่าๆ แต่ก็อร่อยดีนะ

จากนั้นก็มีมาดูวิว มากินขนมต่อ กินช็อกโกแลตร้อน (ที่ไม่อร่อยแต่อุ่นมือดี) กินขนมมันทอด กินโพคาริ (ที่เพิ่งเคยกินเป็นครั้งแรกและไทยก็มีขาย…อัลไลของแก)

จากนั้นก็ไปเกาะนามิ ซึ่งก็ไม่มีอะไร คือตอนไปมันก็เย็นๆ ใกล้มืดแล้ว (หนาวขึ้นอีกตะหาก) ก็ไปเต๊ะท่าถ่ายรูป เดินๆๆ กินๆๆ กินข้าวโพดย่าง (อร่อยมาก) กินแพนเค้กเกาหลี (แพนเค้กชาเขียวไส้ถั่วแดงและรสชาติเหมือนโรตีแต่อร่อยดี) (เอ๊ะทำไมมีแต่เรื่องกิน) กินๆๆ เดินๆๆ กว่าจะเจออีแบยองจุนก็มืดพอดี ก็ถ่ายแชะพอเป็นพิธี จบ นั่งเรือกลับ

จากนั้นก็ไปกินอาหารเย็น (ทัคคาลบิ ไก่ผัดผัก ซักพักเค้าก็เอาข้าวมาผัดๆๆ ใส่ซอส แล้วผัดๆๆ อร่อยดี)

แล้วก็ไปสกีรีสอร์ต นอนโรงแรม Vivaldi ตอนนี้แหละคือช่วงที่ “คุณทนความเย็นได้แค่ไหน” ของจริง
ได้นอนห้อง 3 คน กะเจ๊เกศและเม แต่ดันมีเตียง 2 เตียง และมีฟูก เลยเอาฟูกมากางนอนบนพื้นกันสามคน พื้นอุ่น
เข้าโรงแรมปุ๊บก็ลงมาเดินเล่น (นี่ลงไปเดินเล่นทั้งๆ ที่ไม่ใส่ถุงมือและโค้ต แรดมาก แต่หนาวมือแข็ง) ไปซื้อของกิน (น้ำ, ไอติมเมล่อน เป๊ปโปโร่ ขนม บลาๆ) ไปดูพี่เกศเล่นกาช่าปอง แล้วกลับมานอน
เป็นอันจบวันที่สอง สวัสดี

ตรงห้องนอนมีวิวสกีให้ดูด้วย

ป.ล.
ที่เกาหลีเวลาไปซื้อของที่ร้าน ถ้าจะเอาถุงพลาสติกบางร้านจะคิดเงินเพิ่ม 50 วอน ก็ว่าไป อะไรงี้

Permalink

Korea Day 1

รีบเขียนรีบเล่า เดี๋ยวจำไรไม่ได้ แม่งแก่แล้ว

วันแรก – ตื่น – จัดของ – ไปเทรน – เหนื่อยสัส – กลับมาถึงห้องตอนเกือบๆ หกโมง โชคดีที่พี่ชายขับเก๋งไปส่ง และแอบเงิบกับรายการของฝากเพิ่มเติม มีน้องฝากแป้ง 3 อายไลเนอร์ 2 โอเค fine ไม่เป็นไร อีกคนสั่งแบบ.. ลาเนจ 5 ปุก ห๊ะ 5 กระปุก แล้วก็ของอีทูดี้อีกฝูง (และย้ำด้วยว่าให้แยกบิลด้วยการรูดบัตรและแยกถุงของแถม) โอแม่เจ้า นี่คือการฝากซื้อของ โอเค.. คือยืมบัตรเครดิตและกล้องเฮียแต่ต้องรับใช้แฟนเฮีย ให้ก็ได้วะ (แบบงงๆ) ก็เป็นอันจบไป ก็มาแต่งตัว เตรียมของ ชุดที่ใส่ก็กะแบบ ไปเกาหลีก็แค่ใส่โค้ต ถุงมือ เล็กกิ้งยีนส์ ถุงเท้า แล้วร่อนได้ทันที สองทุ่มเดินทางไปสุวรรณภูมิ (กูกลัวมากเพราะมีม็อบและมีคนแอบแช่งตลอดทั้งวันว่าอาจจะเดินทางไม่ได้ สาส ขอบใจ) แต่ก็ไปถึงสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ กา กา

ไปถึงราวๆ สามทุ่ม เค้าบอกให้เจอกันที่ประตู 6 เกต 4 เคาน์เตอร์ K ไรซักอย่าง (จำไม่ได้) อีนี่เดินไปเคาน์เตอร์อย่างมั่นใจมาก เพื่อที่จะ..เงิบ (ไหนวะผู้คน) โทรคุยกะเพื่อนเลยได้รู้ว่า อ๋อ เค้าอยู่กันข้างหน้า ขอบใจจริงๆ

รอกันพักนึงก็ได้บอร์ดดิ้งพาส เช็กอิน (กระเป๋าขาไปแม่งก็น้ำหนักเกินแล้ว อีนี่เป็นเจ้าแห่งการบ้าหอบฟางจริงๆ) เข้า ตม เช็ก บลาๆๆ เข้าไปกรี๊ดกร๊าดกะดิวตี้ฟรี (แต่ไม่ซื้อ) (ขั้นไหนก่อนขั้นไหนวะ เริ่มงง) แล้วก็ไปนั่งรอ รอ รอ ขึ้นเครื่องบินเอเชียน่า ที่ขึ้นช้าเพราะการบินไทยช้าจนต้องย้ายเกต ฮาๆ

ได้นั่งข้างพี่แม้ว (แต่ไม่ได้นั่งริมหน้าต่าง แงแงแง) เอเชียน่าเป็นสายการบินที่โอเคดี แอร์เดินเร็วมาก เดินร่อนไปร่อนมา จะเอาอะไรก็ไม่ค่อยทัน ขึ้นไปก็ หลับ ตื่นมากินน้ำส้ม กินอาหารเช้า กินกาแฟ กินๆๆ แล้วก็ ถึง

เตรียมสวัสดีโคเรียและอากาศเย็น

ข้อควรรู้

  • เริ่มเข้าใจคนที่ไปไหนเงียบๆ ไม่ชอบให้ใครฝากของ แต่นี่ก็ใจดีไง แต่แบบ ใครจะฝากซื้ออะไร ช่วยลิสต์ชื่อสินค้า และรายการ และจำนวน และราคา (เว้นแต่จะให้รูดบัตร) มาบ้าง ยิ่งถ้าฝากซื้อเครื่องสำอางเกาหลี ลิสต์ชื่อมาเลย 1 2 3 4 5 เอาอะไร และให้เงินมาล่วงหน้า เพราะเวลาไปแลกจะได้แลกเผื่อ เรตมันจะถูกกว่าธนาคารพอสมควร (นี่เจอมาแบบ ให้มาเป็นรูปและให้ส่องจากเบอร์สินค้าเอาเอง จ้ะ แม่ง นี่คือการฝากซื้อ เอื้อความสะดวกให้กูมาก ขอบใจจริงๆ แต่อีกแง่ก็ไปรับมาเองแล้วจะบ่นอะไร แต่ก็ขอบ่นสิ นี่ที่ของกูนะ)
  • กะว่าเอาของไปครบแล้ว แม่งลืมพาวเวอร์แบงก์ที่อุตส่าห์ชาร์จไว้จนเต็ม โคตรเจ็บปวด T-T
  • จบ ไว้ต่อวันสอง
  • เพิ่งมาเห็นว่าวันผิด ต้อง 1.12.2013 สิ ช่างแม่ง ฮ่าๆ
Permalink

Prepare to Korea Gogo

ปณิธานปีใหม่ที่ตั้งไว้เล่นๆ ตอนปีที่แล้ว และคิดว่าไม่น่าจะรอดมากที่สุด คือ อยากไปที่เที่ยวเล่นเย็นๆ เห็นหิมะ
ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะบริษัทพาไปเอ๊าติ้งงงง (ถึงจะเปลี่ยนจากญี่ปุ่นเป็นเกาหลีก็ตาม ฮือๆ T-T)
เราเป็นคนไม่อินกะวัฒนธรรมเกาหลี ไม่อินเลยยย แต่คลั่งในความเป็นญี่ปุ่น กิโมโน ซูชิ ภาษาญี่ปุ่น ริลัคคุมะ อ๊าก ทุกสิ่งอย่าง
แต่ก็ยังดีกว่าเค้าไม่พาไปเที่ยว วะฮ่าฮ่า

ไม่อินกะเกาหลี แต่ก็แอบอยากเห็นหิมะ อยากเจออากาศเย็นๆ อยากเล่นเอเวอร์แลนด์ อยากกินสตรอเบอร์รี่สดๆ และได้เที่ยวววว (ฟรี) ก็น่าพอใจอยู่นะ
(ไม่รู้คนอื่นเค้าตื่นเต้นกันไหม แต่อีนี่เริ่มตื่นเต้นและเจออะไรก็ถ่ายเก็บมาก ก็แหม ครั้งหนึ่งในชีวิต T-T ออกนอกประเทศล่าสุดตอน 6 ปีที่แล้วงี้ ไปมาเลย์ ฮา)

เตรียมตัว ตอนแรกก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย มีพี่แอน (@annkemon) ให้รายละเอียดมาเยอะมาก ใจดีมาก T-T ช่วงนั้นเค้าบอกว่า หนาว หนาว หนาว
ก็แบบ ไปพลาตินัมกะเจ๊เกศและเมษา สอยอุปกรณ์กันหนาว ลองจอน ถุงเท้าวูล ถุงเท้าข้างนอก รองเท้าบูต ที่สวมหัว ถุงมือ
เสื้อโค้ตฉกจากจั๊ว (ให้มา 2 ตัว) และป้าหน่อย (ด้วยความงก)
ฉกผ้าพันคอจากจั๊ว (รักเธอ)
แล้วก็สอยฮีทเทค ยูนิโคล่ 1 ตัว ได้ฟรีอีก 1 ตัว (จากลูกหยี รักเธอ) และสอยอีก 1 ตัว เป็นคอเต่าตัวนอก
สอยกางเกงกันหนาวที่ยูเนียนมอลล์
และก็เข้ายูนิโคล่ ได้ถุงมือฮีทเทค (ที่เล่นทัชสกรีนได้แต่ลำบากหน่อย) ฝากตี๋ซื้อผ้าปิดตาจาก zeenzone และได้ผ้าปิดคอ (ฮีทเทคอีกแล้ว) จากยูนิโคล่มา (เดือนนี้แม่งเข้ายูนิโคล่บ่อยมากจริงๆ)
ขนาดว่านี่ก็ยืมของชาวบ้านเยอะแล้วนะ กูยังหมดค่ากันหนาว (ที่แม่งกันหนาวได้จริงปะวะ) ไปหลายสตางค์ T T

(ไม่ได้เอาของจากพลาตินัมมาโชว์ คร้าน โชว์อีชุดดำๆ นี่เพราะเห็นว่ามันเข้ากันดี ฮ่า)

วันนี้รุ่นน้องตี๋ที่อยู่โซลบอกว่า หิมะตกหนักมาก ตกทั้งวันทั้งคืน อากาศเลวร้ายมาก ปีก่อนๆ ไม่เป็นงี้ ถ้าจะแต่งอะไรมา จงมาแบบจัดเต็ม
ขอบใจ คือมโนอากาศไม่ออกจีจี T T หวังแค่ว่า จะไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์กันหนาวเพิ่ม (เลวร้ายสุดคลุมโค้ตสองตัวแม่งเลย)

(เย็นสุดที่เคยเจอคือที่ปาย 10 กว่าองศา นั่นก็มือหงิกละนะ)

นี่ก็ใกล้จะไปแล้ว จะว่าตื่นเต้นมั้ยก็ตื่นเต้นแหละ แค่ไม่อินกะโสมเกาหลี พระราชวัง เกาะนามิ ไรงี้ แต่คิดซะว่าไปเที่ยว ไปเปิดหูเปิดตา ก็พอจะเบิกบานได้อยู่ เอาวะ \(o ̄∇ ̄o)/

เงินวอนก็แลกแล้ว (เงินเป็นแสนแม่งมีธนบัตรจึ๋งเดว T T)

ก็น่าจะเกือบพร้อมแล้วนะ ขาดไรอีกวะ
อีก 4 วัน โคเรียโกโก เย่

Permalink

ความจำสั้น

ช่วงนี้ถ้าจะชอบเพลงอะไร ก็คงจะเป็นเพลงนี้

อาจนึกไม่ออกสักเท่าไร
แค่พอจำได้ ก็แค่นั้น
จำได้แค่เพียงใครหนึ่งคน
เข้ามาวกวนในใจฉัน
ไม่นานแค่เพียงไม่นานก็ผ่านไป

อาจเป็นความทรงจำที่บอบบาง
จำได้เพียงเลือนลางกับเส้นทางที่ชั่วคราว
อาจเป็นความทรงจำที่สั้นเหลือเกินไม่ยืดยาว
แต่มีใครรู้ว่าฉันเศร้า
เกือบทุกคราวที่นึกมันขึ้นมา

ไม่อาจใช้คำว่าผูกพัน
ไม่มีวันนั้นที่ลึกซึ้ง
เป็นเพียงแค่คนที่ถูกใจ
คำว่ารักยังไปไม่ถึง
ครึ่งนึงแค่เพียงครึ่งนึงของจิตใจ

อาจเป็นความทรงจำที่บอบบาง
จำได้เพียงเลือนลางกับเส้นทางที่ชั่วคราว
อาจเป็นความทรงจำที่สั้นเหลือเกินไม่ยืดยาว
แต่มีใครรู้ว่าฉันเศร้า
เกือบทุกคราวที่นึกมันขึ้นมา

อาจเป็นความทรงจำที่บอบบาง
จำได้เพียงเลือนลางกับเส้นทางที่ชั่วคราว
อาจเป็นความทรงจำที่สั้นเหลือเกินไม่ยืดยาว
แต่มีใครรู้ว่าฉันเศร้า
เกือบทุกคราวที่นึกมันขึ้นมา

Permalink

Makeup is magic

  • ปีนี้ถ้าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง หลักๆ คือมีโมเมนต์ชะนีมากขึ้น ถามว่าทำไม ไม่รู้ แต่ที่ทำงานใหม่น่าจะมีส่วน (มาก) สิ่งแวดล้อมมันพาไป 555555555
  • เรื่องสะสมของชะนีมากขึ้นก็อีกเรื่อง แต่ก็มีสถานการณ์ให้แต่งตัวแบบชะนีมากขึ้น (เออ คนอื่น ผู้หญิงคนอื่นอาจจะมองว่ามันปกติ แต่สำหรับเราเรื่องแบบนี้มันไม่ปกติมาแต่ไหนแต่ไร แต่วันนึงมันคงจะปกติ… ฮา)
  • ก็มีแบบ แต่งตัว แต่งหน้า ทำผม วันแรกคือไปงานประกาศรางวัลที่ที่ทำงานได้รางวัล ก็แต่งไป โอเค ฟีดแบ็กดี (นานๆ ทีจะโพสต์รูปหนังหน้าตัวเอง แต่ตอนนี้ชักบ่อยละ)
  • วันนี้! แต่งหน้าไปงานแต่ง แต่งเต็มมาก คือ ขนตากระพือพัดสิ่งของปลิวได้ (ล้อเล่น) แต่งตาสองชั้นได้ ตาโตแบบไม่ต้องใส่บิ๊กอาย หูย มีแต่คนจำไม่ได้ (จำไม่ได้นี่ดีหรือไม่ดี) และมีคำชม สวย
  • วุ้ย ลอย (ถึงจะรู้ว่าหนังหน้าจริงมันก็ไม่ได้ดีอะไร แต่จุดนี้แม่งเชื่อละว่า makeup is magic จริงๆ)
  • ก็ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ของชีวิตนะคะ… 5555555555555 ถามว่าจะจัดเต็มแบบนี้ทุกวันมั้ย ไม่น่า (ตอนนี้จุดยืนเอาแน่ไม่ได้แต่คิดว่าไม่น่า เพราะขี้เกียจแหกตาตื่น และยังแต่งหน้าไม่เป็น)
  • อืม มีคนชมว่าสวยก็มีความสุขดีเนอะ เริ่มเข้าใจละ 555555555555 ก๊า ก๊า ก๊า
  • ป.ล. ไม่มีภาพประกอบนะครัช..

 

Permalink

ฝัน

  • ปกติจะเป็นคนจำความฝันไม่ค่อยได้ คือตื่นมาก็ลืมๆ เลือนๆ พยายามจะกู้ความทรงจำเกี่ยวกะความฝันไว้ แต่ก็หายเร็วมากเหมือนน้ำไหลลงทราย (อีห่าคมทำไม)
  • บางคืนจะฝันถึงซัมวัน อันนั้นก็ไม่ค่อยลืมแต่ไม่อยากบันทึก ช่างแม่ง (ทำไมทีเรื่องนี้ไม่ลืม)
  • แต่อันนี้ฝันประหลาดแล้วจำได้เลยอยากจดไว้หน่อย
  • ฝันว่าเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำเต็มทุกห้อง แต่คือปวดมาก ไม่ไหวแล้ว แล้วก็แบบ ไปเจอห้องนึง มีอึอยู่ในส้วม… แต่คือไม่ไหวละไง เลยกดชักโครกแม่ง
  • อยู่ๆ อึก็กลายร่างเป็นงูสีขาวหัวโตๆ แล้วมันก็พุ่งมาที่หน้า!!
  • อีเหี้ยตกใจมาก ตกใจจนสะดุ้ง แต่ไม่ได้สะดุ้งตื่น สะดุ้งหลับ คือรู้ตัวว่าสะดุ้งแล้วก็หลับต่อ..
  • จบ
  • จริงๆ พอจะรู้สาเหตุ คือกลางวันที่ใต้ตึกมีเทรนเรื่องความปลอดภัย แล้วเอางูมา ทั้งงูใหญ่ งูเล็ก เจอสองรอบ สองตัว แล้วอ่านแฮร์รี่เล่มสอง ก็มีงูในเรื่อง ดอก ไม่แปลกใจเลย
  • ว่าแต่ตีเลขเป็นไรดี ฮ่า
Permalink

Exteen รำลึก

เราเคยมีบล็อกที่ Exteen (ไม่สิ ตอนนี้ก็ยังมี)
เราใช้ Exteen ไว้เขียนเล่าเรื่อง โดยการชักนำของ @bellbells
พยายามจะเล่าเรื่องให้คนอ่าน พยายามจะเขียนเรื่องที่ตัวเองไปเจอมา
ทั้งชีวิตวัยเรียน ชีวิตวัยเที่ยว และเรื่อง IT ที่เจอมา
จะว่า Exteen ในตอนนั้น คือเศษซากความเป็นตัวเองก่อนวัยทำงาน ก็อาจเป็นได้ (ใครรู้ว่า URL อะไร ไม่ต้องมาแปะนะยะ)
ตอนนี้ยังเขียนบล็อกไม่ดีเท่าตอนนั้นเลย ตอนนั้นนำเสนอตัวเองสุดๆ 555

เราเคยสนุกกับการไปคอมเมนต์บล็อกคนอื่น และดีใจมากเวลาคนอื่นมาคอมเมนต์บล็อกเรา
ดีใจเป็นพิเศษถ้ามีคน add บล็อกเราเป็น favorite ของเว็บเค้า
ดีใจมากเวลาบล็อกตัวเองขึ้น hots เพราะมีคนโยนบอลเกงกิมาให้บ่อยๆ
ดีใจเวลามีคนมาคอมเมนต์ เช่นพี่เอ็ดดี้ พี่ภูภู่ มาสเตอร์แชมป์ (คนนี้เวลามาคอมเมนต์ทีก็จะกรี๊ดบ้านแตกที) ฯลฯ
ตื่นเต้นเวลามีกิจกรรมใหม่เสมอ ทั้งลอยกระทง ส่งของขวัญ จับซานต้า จับเจ้าหนูจำไม ส่งการ์ดปีใหม่ รดน้ำสงกรานต์ รดน้ำให้ต้นไม้เติบโต

เห็นเหตุการณ์มันลงเอยแบบนี้ก็แอบเสียใจ (ถึงจะไม่ได้เขียนที่นั่นแล้ว และเข้าใจว่าหลายๆ คนก็เคยเขียนที่นั่นและมีบล็อกที่นั่น)
แต่ก็นะ เป็นธรรมดาของเว็บและทีมงานรึเปล่า มีเกิด มีดับ สลับไป
ก็ขอเขียนไว้อาลัยเป็นอนุสรณ์สถานมา ณ ที่นี้

ป.ล. เคยหวังจะเข้ากรุงมามีตติ้งกับมาสเตอร์แชมป์ คุณต่าย (ที่ตอนนี้เป็นอีต่ายกากขับ — เรียกตามอีเบล) และชาว Exteen แต่ไม่ทันซะละ
ป.ล. อีกที เคยเกือบได้ร่วมงานกับ Exteen ด้วย แต่เราความสามารถไม่ถึง ฮา

Permalink

Plank hold revolution

Plank hold คือไอ้นี่

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้อง และโดนช่วงแขนด้วย ช่วงแกนกลางลำตัวด้วย ตอนแรกๆ ที่เริ่มหัดออกกำลังกาย ถ้าจำไม่ผิด 30 วินี่แทบรากเลือด และเป็น 30 วิที่ท่าไม่สวย คือสะโพกยก ขายก เกือบตลอดเวลา พอใกล้จะหมดแรงก็จะเกร็งกลางลำตัวไม่ได้ละ หลังเริ่มแอ่นและร่วง แต่ล่าสุดที่ทำได้ก็คือ 1 นาทีนี่เริ่มชิว (ล่าสุดคือโดน Jackknife สลับ Plank 1 นาที 10 sets)

และวันนี้คือ แทงเข่านอก 10, Jack Knife 10, แทงเข่าใน 10, sit up 10, ยกขา 10, plank 1 นาที พอขึ้นเซ็ต 2 ลอง plank 2 นาที อ้าว เจือกได้อีก มา เจอเซ็ต 3 ถูกท้าด้วยคำว่า ถ้า Plank ได้ 5 นาที ไอ้ท่า 5 ท่าแรกที่เหลือ ไม่ต้องทำ อ้ะ ลอง (คือเกลียด Jackknife มาก เพราะเหนื่อย และยังทำได้ไม่ดี) แต่มีเงื่อนไขว่า ถ้าทำได้ครบ 5 นาที จะต้องทำท่าที่ค้างๆ ไว้ให้ครบๆ เจองี้ รับคำไฝว้ ก็ขอฟังเพลงไป แพลงก์ไป

1 นาทีแรก ชิว
2 นาที โอเค้ย์ (ปากดี)
3 นาที เริ่มสั่นละ
3 นาทีกว่าๆ เริ่มถอดหูฟัง หันไปถาม เฮ้ย กี่นาทีแล้ววะ (ปรากฎว่าผ่านไป 4 นาที ไอ้เหี้ยยยยยยยยย เหลืออีก 1 นาทีเหรอวะ)
1 นาทีที่เหลือ โคตร โคตร โคตร โคตรจะเป็นนาทีที่แสนยาวนาน ร่างสั่นทั่วทั้งร่าง (แถมโดนจิ้มเป็นระยะๆ เมื่อท่าไม่เป๊ะ) อีก 20 วิ โอย สั่นๆ แข็งใจไว้ 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 ลงไปกองกะเบาะ พูดไม่ออกครึ่งนาที อีเหี้ยเหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก

คุยกันกะทั่นผู้คุม ฮีบอกว่าไม่คิดว่าจะทำได้ 5 นาที กะว่า 3 นาที แล้วจะได้เข็นให้ทำอีท่าที่ไม่อยากทำต่อ (ไม่รู้อะไรซะละ ถ้าให้ไฝว้นี่พี่สู้แหลก ชนะมั้ยอีกเรื่อง) และทั่นผู้คุมบอกว่าเป็นสถิติที่เอามาอวดได้ จึงขอประกาศให้โลกรู้ด้วยประการฉะนี้ (ให้ทำอีกทีก็ทำไม่ได้หรอก)

ป.ล. นี่ป่วยอยู่นะ ป่วยทั้งกายและใจเลยแม่ง (แต่ก็ดีใจที่มีสถิติให้ดีใจกะเค้าบ้าง)
ป.ล. อีกที Jackknife คือท่านี้ (ซึ่งทำได้ไม่ดีเลย ยาก)

Page 5 of 14« First...34567...10...Last »