Permalink

นวดครั้งแรก

เห็นเค้าว่าดีนี่ก็อยากลอง
เคยลองนวดเท้ามันก็โอเค แต่เมื่อวานเพิ่งเคยนวดตัว
ความทรงจำเรื่องนวดคือ เจ็บ (แต่คือไม่ได้นวดจริงจัง)
เมื่อวานเพิ่งเคยนวดตัวจริงจัง (1 ชม)

เค้าถาม นวดน้ำมันมั้ย
เอ้า แล้วแต่เลยค่ะ
แล้วแต่ไม่ได้นะ ราคามันต่างกัน
อ๋อแล้วมันต่างกันกี่บาทคะ
50 บาท
แล้วน้ำมันกะไม่น้ำมันมันต่างกันไงคะ
น้ำมันมันจะไม่เจ็บ
เอ่อ ถ้าราคาต่างกันแค่นั้น พี่น้ำมันมาก็ได้ค่ะ

ก็ เปลี่ยนเสื้อ มีเสื้อคอกลมผ่ากระดุม กะกางเกงเล ก็ใส่
เอ้าเพิ่งรู้ต้องเอาไอ้ด้านแกะกระดุมไว้ด้านหลัง -_-
แล้วก็นวด
คว่ำ นวดน่อง นวดอยู่นั่นแหละ ใส่น้ำมัน นวด นวด เช็ด
ซักพักแกะกระดุม แกะสายเสื้อ นวดหลัง นวด นวด ใส่น้ำมัน เช็ด
แล้วก็ทำอะไรอีกวะ อ๋อมีเหยียบ -_- เหยียบน่อง เอ่อ กูเจ็บ
มีให้นอนหงาย นวดขา นวดเท้านิดหน่อย ให้ลุกนั่ง นวดบ่า ให้นอน นวดหัว นี่นั่น
ครบชั่วโมงก็จ่ายเงิน

ก็ ก็ดีนะ แต่ไม่ฟิตอิน
กลับมากูยังแปล๊บๆ ที่ตรงที่เค้าเหยียบ 555555555555555555555555555555555 แงง

Permalink

ปีใหม่ตัวคนเดียว

ปีใหม่
ตอนแรกว่าจะไปเที่ยวโคราชกะเมตเหมือนปีที่แล้ว
จริงๆ ตั้งแต่ป่วยมา แทบไม่ค่อยมีโมเมนต์ที่อยากอยู่คนเดียว กลัวฟุ้ง
ช่วงไหนหยุดยาวก็จะเตร็ดเตร่ไปนอนที่นู่นนี่
ปีนี้พอดีวันจันทร์เมตติดนัดอาจารย์ เลยจะกลับอังคาร
แต่นึกไปนึกมา ถ้าไปกะเมตวันอังคาร ศุกร์ก็ค้องกลับกรุง
ถ้าจะไปแค่สามวันก็ขี้เกียจ แล้วจำได้ด้วยว่าปีที่แล้วแม่งใช้เวลาเดินทางไปโคราชเจ็ดชั่วโมง ทรมานสัส
ก็เลยอยู่คนดียวก็ได้

ก็ไม่แย่ ดูซีรีส์ อ่านนิยาย ไปกินอาหารสลิ่ม 5555555555555555555 กินขนม ร้องคาราโอเกะ
เหงาก็เดินห้าง กลับมาก็หัดแต่งหน้า
กรุงเทพรถโล่งๆ นั่งรถเมล์สบายใจ อากาศก็เย็นกรุบกริบ
มันก็มีบ้างแหละที่เหงา
แต่มันก็ไม่ได้ทนไม่ได้

จดไว้ว่าปีนี้รู้สึกงี้
อีกสามร้อยกว่าวันค่อยมาดูอีกทีว่าจะเป็นยังไง เนอะ

Permalink

2014

ตอนแรกว่าจะไม่เขียนเพราะรู้สึกว่าชีวิตก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่นี่หว่า แต่คิดอีกทีมีก็ได้

  • ใช้สมาร์ทโฟนเครื่องแรกในชีวิต (iPhone 5s) และคิดว่าชีวิตนี้คงกลับไปใช้ฟีเจอร์โฟนไม่ได้แล้ว
  • ได้ไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต ดีงามมาก รักมาก
  • แต่งหน้าได้แล้ว (สวยไม่สวยอีกเรื่อง)
  • หัดร้องเพลงสากล (หัดทำไมวะ)
  • ติ่งโทมินจุนชิ หัดดูซีรีส์เกาหลี (เหมือนจะไม่ใช่เรื่องดี) แต่สนุกดีนะ
  • เกลียดคนเพิ่มอีกหนึ่งคน จริงๆ ที่ผ่านมาเกลียดใครบ้างก็จำไม่ได้แล้ว แต่ปีนี้ได้เกลียดคนอีกคน :) ไม่ต้องถามหรอกว่าใคร ไม่พูดกะใครก็คนนั้นแหละ ถ้ายังคุยด้วยอยู่ก็ไม่ได้เกลียดอะไรกันนะ เคนะ

ส่วนความเหลวๆ ด้านอื่น เช่น เขียน Faceblog น้อยลง (มากๆ) นี่ก็รู้ตัวและปีหน้า (เอ่อ นี่มัน 1 มกราแล้ว) ก็จะปรับ (คือมีปัญหาส่วนตัวนิดหน่อยเรื่องบาลานซ์แต่ต้องผ่านมันไปให้ได้) และจะแก้ตีมเว็บด้วย, ตั้งใจลดน้ำหนักให้มากขึ้น ไม่ไขว้เขวไปกับอุปสรรค (ของกินอร่อย) ที่ผ่านเข้ามา และคิดว่าจะหัดภาษาอังกฤษ (ซะที)

นอกจากนี้ก็ต้องเป็นคนหัดอยู่ในสังคมให้เป็น ไม่ใช่คิดอะไรก็ด่าออกมาหมด ใครตอแหลมาก็ต้องตอแหลกลับให้เป็นบ้างถึงจะน่าสะอิดสะเอียนก็เหอะ ฮา ที่เหลือนึกไม่ออกละ เอาเป็นว่าใครผ่านมาก็สวัสดีปีแพะนะ

 

Permalink

Antisocial

จริงๆ ตั้งแต่ป่วย (แม่งก็จะสี่ห้าปีแล้ว) ถามว่ายังแยกตัวออกมาจากสังคมมั้ย ก็มีบ้าง แต่ก็คงไม่จัดเท่าตอนที่เป็นช่วงแรกๆ แต่ก็คงจะมี

แล้วถามว่าก่อนป่วยอาการเข้าสังคมเป็นไง ก็ ก็คงเข้าแหละ มีอารมณ์ที่จะประจ๋อประแจ๋หรือทำท่ามีมิตรจิตมิตรใจกับคน “บ้าง” แปลว่าไม่เยอะ ฮา ก็อาจจะเป็นเพราะว่าสันดานเดิมก็ไม่ใช่เป็นคนที่เฟรนด์ลี่มั้ง แต่ถ้าเปิดใจให้ใครก็เปิดชิบหายเลยนะ เปิดจนโดนทำร้ายจนเจ็บมาทุกวันนี้ก็มี

ก็นั่นแหละ กลับมาที่จุดเดิมคือ ตอนนี้ถ้าให้เข้าสังคม ก็พอเข้าได้ แต่จะพูดคุยกะคนอื่นยากหน่อย (บางคนที่รู้จักกันในทวิตเตอร์น่าจะเคยเห็นว่าในทวิตเตอร์พูดมากชิบหาย เจอกันจริงๆ ถ้าไม่มาชวนคุยก็เงียบ แต่ก็ไม่ได้เหี้ยขนาดไม่มีรีแอคชั่นตอบนา) ก็อะไรประมาณนี้

ตอนนั้ก็เข้าสังคมพอได้ ยิ่งถ้าสังคมไหนฟิตอินจัดๆ ก็เข้า 5555 แต่กะสังคมที่ไม่ฟิตอิน วันไหนไม่อยากปั้นหน้ากูก็หนีเลย คือปั้นหน้าไม่ได้แปลว่าสร้างภาพนะ แต่มันไม่สนิทไง คืออารมณ์ปกติก็ไปด้วยได้ อารมณ์ไม่ปกตินี่..หนีเหอะ กลัวไปหลุดปากไม่ดีใส่ อะไรงี้ หลังๆ มานี่ก็มีอารมณ์นี้ครั้งสองครั้ง น่ากลัวมาก (กูนี่แหละกลัวตัวเอง)

สรุปว่านี่บ่นอะไร ก็ย้ำเข้าไปอีกว่าทบทวนตัวเองมั้งว่า ที่เราหนีสังคมแต่มันดีขึ้นรึยัง ก็ การมาทำงานที่ใหม่ (ที่แม่งจริงๆ ก็ไม่ใหม่แล้ว ทำมาจะสองปีแล้ว) มันก็อาจจะเป็นอีกสังคมนึงที่เราอยากพิสูจน์ว่า ถ้าย้ายไปทำงานในสังคมใหม่ที่ไม่มีคนรู้จักเราเลย (จริงๆ ก็มีมาคนนึง) แล้วจะอยู่ได้มั้ย

มันก็พออยู่ได้นะ ไม่แย่ ใช้เวลาพักนึงกว่าจะคุยสนิทๆ กะซักคน บางคนใช้เวลาเป็นปีกว่าจะได้รู้ว่าเค้าไม่น่ากลัวนี่หว่า เริ่มมีโมเมนต์ไปกินข้าวกะเพื่อนร่วมงานหลังเลิกงาน ซึ่งดีงามอะ (แต่เป็นเพื่อนร่วมงานที่กำลังจะลาออก…) ก็ว่ากันไป

ก็พยายามจะเรียนรู้และเปิดว่า สังคมมันก็คงไม่แย่และไม่ทำร้ายกูขนาดนั้น ค่อยๆ แหย่ขาอ้วนๆ เข้าไปเรื่อยๆ ละกัน

ระหว่างทางในการต่อสู้กะชีวิต การงาน ซัมติง มันก็มีเพื่อนสองคนที่เพิ่งมารู้จักกัน คนนึงสองปีกว่า เป็นเทรนเนอร์ ก็สนิทกัน (คิดว่าก็ไม่น่ารู้สึกไปเองคนเดียว มันก็คงรู้สึกสนิทกะเราบ้างน่า) อีกคนเป็นช่างแต่งหน้าและบิวตี้บล็อกเกอร์ ก็ไปให้นางแต่งหน้าให้ คุยอิ๊อ๊ะกันบ้าง แล้วก็แบบ เป็นเพื่อนกันเถอะ ล่าสุดคือนางสอนแต่งหน้าให้แล้วไปช้อปปิ้งกะนาง (ไว้จะมาแตกหน่อเรื่องชะนีอีกที) ก็ดีงาม

เพื่อนสองคนนี้ก็ทำให้เรารู้ว่าจริงๆ ตัวเราเองก็ไม่แย่นี่หว่า อย่างน้อยก็มีเพื่อนคบวะ ไม่เหมือน… (ดักขนาดนี้เพื่อกันคนมาถามว่ากู่ด่าใครรึเปล่า จริงก็ด่าแต่ไม่อยากบอก บอกว่าด่าตัวเองละกัน อย่างน้อยก็เคยผ่านโมเมนต์เพื่อนไม่ตบน่ะ)

ก็อะไรประมาณนี้แหละ ตัดจบ

(ญี่ปุ่นอีก 5 วันยังไม่ลืมนะ จะมาเขียน)

Permalink

Japan Go Go Day 4

วันนี้ตื่นได้ตามเวลา (มั้ง) เพราะอย่างที่บอกว่านอนห้องเดียวกะหัวหน้าใบไม้แดง ฮ่าๆ
ก็ตื่น ไปล้างหน้า บ้านยูจิชั้นล่างตรงอ่างล้างหน้ามีแต่น้ำเย็น T-T ฟักมาก
แล้วก็เดินออกมา มาที่สถานีนิกโกะ (ระหว่างทางเจอลิงนิกโกะด้วย) ก็รอเตรียมไป ..ไปไหนวะจำชื่อไม่ได้
เดอะแก๊งซื้อข้าวกล่องกิน แต่นี่ไม่ได้กินเพราะไม่ได้หิวมาก ก็กินขนมที่ซื้อจากเมื่อวาน แล้วก็ซื้อกาแฟกิน แล้วก็นั่งรถไฟ ไปนั่งกระเช้า ไปไหนก็ไม่รู้ (จำชื่อเมืองนอกเมืองไม่ได้เลย กากจริง)

10710870_10152812547349153_572476481230523164_n

S__5480475

อุณหภูมิก็ 10 องศาต้นๆ จริงๆ มานึกๆ ก็หนาวน้อยกว่าที่เจอที่โซล (ตอนนั้น 8-9 องศา) แต่เรียลฟีลมันหนาว สงสัยเพราะลมมั้ง Continue Reading →

Permalink

Japan Go Go Day 3

จำไม่ได้ว่าหัวหน้าทริปนอกเมือง (หรือหัวหน้าทริปแก๊งใบไม้แดง หรือจะเรียกอะไรก็เรียกเหอะ) อย่างแบ๊งกุบัญชาให้ตื่นกี่โมง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะหกโมง ซึ่งอย่างที่บอกว่าก็ยกให้แนนซ่าและตั๊กถั่วตื่นไป แต่เอาจริงๆ…ตื่นสาย 5555555555555 กว่าจะได้ถ่อออกมาก็เกือบเจ็ดโมง (เบื่อ iPhone จริงๆ ทำไมในรูปไม่มี timestamp) ก็ไปสถานีรถไฟ เตรียมนั่งรถไฟและกินข้าวกล่องรถไฟ ประเด็นคือตอนไปซื้อข้าวกล่องรถไฟก็แบบ ไม่รู้จะกินอะไร แล้วก็กลัวจะเจอข้าวกล่องที่เป็นเนื้อ (ไม่แดกเนื้อนี่อยู่ญี่ปุ่นลำบากจริงๆ) ก็ซื้อข้าวกล่องแบบที่มีไก่ล้วนกิน ถามว่าอร่อยมั้ยก็เฉยๆ นะ ไม่ดีไม่ร้าย คือมันเป็นข้าวกล่องเย็น

10686595_10152810200799153_7473304137695849473_n

S__5373976 Continue Reading →

Permalink

Japan Go Go Day 2

ตอนหลับบนเครื่อง คิดว่าก็หลับแหละ แต่ก็หลับไม่สนิท ยุกยิกๆ และคิดว่าคนข้างๆ (คือตั๊กถั่ว) ก็คงมีรำคาญแหละ 55555
อุปกรณ์การช่วยนอนคือยา หมอนมูจิ และผ้าปิดตา
ถูกปลุกตื่นตอนตีสี่ ซึ่งก็รู้สึกว่าจะรีบปลุกทำไมวะ เครื่องลงตั้งแปดโมง
อะ ก็งัวเงีย มีหลับต่อบ้าง สะกดกลั้นความอยากสั่งอะไรมากินบ้าง
ได้เห็นเส้นขอบฟ้าที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น เห็นเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะอยู่ที่หน้าต่าง แล้วพระอาทิตย์ก็ค่อยๆ แผดแสงแรงขึ้น…กูร้อน

10565154_10152808275744153_5087634615850662189_n
ก็นั่งไป กรอกเอกสารเตรียมเข้าเมือง พวกเอกสารระบุว่าไม่ได้เอาของผิดกฎหมายเข้าประเทศ ตรงนี้ถ้าใครไม่เชี่ยวอังกฤษหรือกลัวเมาขี้ตา ปรินต์โพยไปก็ได้นะ เราก็ปรินต์ไป
ได้ยินกัปตันบอกว่าฟูจิซังอยู่อีกด้าน (ด้านซ้ายที่คนนั่งในแก๊งคือคุณแนนและคุณหมี) ฝั่งนี้ก็แดดร้อนกันไป
ซักพักก็ถึงญี่ปุ่น เฮ เดินออกจากเครื่องจึ้กๆ ไปเจอ ตม ถูกเจ้าหน้าที่จับแยกแก๊งให้ไปอยู่คนละแถว ตอนนั้นก็ตื่นเต้นนะว่า กูจะเจออะไรบ้าง 5555555555 แล้วซักพักแบ๊งกุก็วิ่งมาจากอีก ตม บอกว่าเค้าขอบอร์ดดิ้งพาสขากลับ ก็หาให้ไป คือแบบ โหดสัส.. ตอนนั้นนึกในใจ แล้วกูๆๆ จะเจออะไร ก็ไปเจอ ตม ญี่ปุ่นสาว ขาว นางก็เช็กเอกสาร แล้วพูดอะไรซักอย่าง Continue Reading →

Permalink

Japan Go Go Day 1

ได้ฤกษ์เขียนซะทีมั้ง ไม่หรอก แค่คิดว่าถ้าไม่เขียนก็คงจะไม่ได้เขียนและก็ใกล้จะลืมพวกยิบย่อยแล้ว ฮา ดังนั้นเขียนๆ เถอะนาง
ป.ล. ก็มีสบถหยาบคายบ้างล่ะนะ เราไม่ใช่คนเรียบร้อยอะไร

อะ เริ่ม

ช่วงปลายเดือน ต.ค. นี่ หงุดหงิดจิตตกเชี่ยๆ ก็แบบ ปักเอาไว้ว่า การไปญี่ปุ่นนี่แหละ จะเป็นการชาร์จแบตและกลับมาทำงานด้วยดีทุกอย่าง (ถามว่ากลับมาแล้วพลังชีวิตพรูดพราดไหม…ก็ไม่ขนาดนั้น แต่ก็ไม่แย่หน่า เอ้า เป๋ทำไม ต่อ) ช่วงก่อนเดินทางชาวแก๊งก็มีเวิ่นเว้อกันตามประสา ส่วนตัวนี่ก็ไม่ถึงกับตื่นเต้น แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่รอคอยและสนุกที่จะไปเจอ (ไม่อยากจะบอกเลยว่าซื้อเสื้อผ้าใหม่เกือบทุกชุด วางแผนเป็นฉากๆ ว่าแต่ละวันจะแต่งตัวยังไง และ..พกเครื่องสำอาง!) ก็นั่นแหละ ส่วนตัวก็แพลน จะกินอะไรดีน้า จะช้อปอะไรดีน้า ของหวานจะกินอะไรดี วันนี้ใส่เสื้อชุดไหนดี จดรายการของที่จะใส่กระเป๋า ครบยังน้า เอกสารปรินต์ยังน้า บลาๆ

แล้ววันเดินทางก็เดินมา

เนื่องจากเดินทางค่ำ ห้าทุ่มสี่สิบมั้ง (รึเปล่า ลืม) ก็นัดเดอะแก๊งไว้ว่า เจอกันที่ดอนเมืองซักสามทุ่มครึ่งละกัน แต่อย่าเลตนะ กลางวันก็โดนอีตี๋ลากไปดูกระเป๋ากล้องที่ Loft ซึ่งแบบ ขากลับฝนตกด้วย นี่ก็วีน -_- แต่โชคดีที่ฝนตกหนักแต่ตกไม่นาน ก็กลับมาอาบน้ำ ไดร์ผม (แรดมาก จะบอกว่าวันธรรมดาไม่ทำนะ) แต่งชุดสีขาวที่ชอบ (แต่โดนทักว่าเหมือนนางชี ขอบใจ) เตรียมกระเป๋า (จัดตั้งแต่เมื่อคืนนะ หาได้มาจัดสดๆ ร้อนๆ แบบอีตี๋ไม่) แล้วมันก็มารับ แล้วก็ไปดอนเมือง

ไปถึงดอนเมืองสามทุ่มนิดๆ สามทุ่มครึ่งก็มากันครบ ก็เฮกันไปเช็กอิน ไปเจอแถวที่ยาวยั้วเยี้ยเหมือนงูคดไปมา ก็ต่อคิวกันไป แต่ก็รู้สึก ทำไมนานจังวะ (หิวแล้วด้วย) ก็แบบ สอดสายตาไปที่อีกแถว เฮ้ย แถวสั้น และดูเหมือนจะเป็นแถวแค่ เอากระเป๋าไปโหลดแล้วก็จบ เพราะเราเช็กอินกับเว็บมาแล้ว ก็เฮละโลกันออกจากไปแถวคิวยาวเหมือนงูไป

…แล้วก็พบว่าคิดผิดเหี้ยๆ

คืออีกแถว แถวสั้นก็จริง คาดว่ามีคนทำรายการไม่น่าเกิน 4 แก๊ง แต่เป็นแก๊งที่เรื่องเยอะอะมึง บางแก๊งแบบ จะเปลี่ยนที่ จะนี่ จะนั่น (โอ๊ยอีดอก ทำไมมึงไม่ทำตั้งแต่เว็บเช็กอิน) อีกแก๊งน้ำหนักกระเป๋าเกิน จะเอาน้ำหนักของอีกคนไปฝากกะอีกคน อีกคนเสือกเข้าเกตไปแล้ว!! มึงเป็นเพื่อนกันป้ะเนี่ยทำไมไม่เช็กอินด้วยกันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน รอเงกจนแบบ อีคิวหางงูนั่นสั้นเหลือกะตุ๊ดละอะ แล้วพวกกู… /facepalm กว่าจะได้โหลดกระเป๋าก็สี่ทุ่มครึ่งมั้ง แล้วกว่าจะได้เข้าเกต ไปกรอกใบเข้า ตม และยังไม่ได้แดกอะไร T T แล้วถ้าจำไม่ผิด ไฟลต์ห้าทุ่มสี่สิบ แม่เรียกเข้าเครื่องตั้งแต่ห้าทุ่มสิบห้า พ่องตัย ก็ไปหาแซนด์วิชเอสแอนด์พี รสไข่กุ้งอะไรซักอย่าง (95 บาท และไม่อร่อยอย่าแดก) ก็กินๆ ไป แล้วก็ไปรอขึ้นเครื่อง ได้ขึ้นเครื่อง หลบฉากไปนั่งที่ริมหน้าต่าง (คือในแก๊งสลับที่กันนัว นั่งคนละที่ที่ระบุในบัตร แอร์ฯ ก็เรียก ชตโตะๆๆๆ แล้วพยายามจะลากให้ไปนั่งอีกโซนตามบัตร แต่นี่เลว วะฮะฮ่า) ก็ขึ้นเครื่องไป ดูซีรีส์นิดหน่อย แล้วก็นอน

อยากบอกว่า ตอนช่วงที่เครื่องบินมันวิ่ง วิ่งบนรันเวย์ วิ่งจนเร็วได้ที่ แล้วบรื๊นนนนนน เหินอากาศ ค่อยๆ สูงขึ้น สูงขึ้น จนเริ่มเห็นวิวจากที่ไกลๆ เห็นกรุงเทพที่เรากำลังจะจากลา เห็นปัญหาที่เรากำลังจะละมันชั่วคราว แล้วแบบ รู้สึกดีสาดดดด :D

1512325_10152849874859153_6822908583010808493_n

ก็อะไรประมาณนั้นแหละ ตัดจบเหี้ยมๆ ไว้เล่าวันที่สอง

ป.ล. ทริปนี้เจอพี่พีท พีชเมกเกอร์ด้วย นั่ลลั้คคคคคคคคคคคคคคคคคค

Permalink

AirAsia Preparation

ไปเที่ยวครั้งนี้ ก็เล็งสายการบินถูกๆ ไว้ก่อน ซึ่งแน่นอน ตอน AirAsiaX มา ก็จอง คือไม่ได้จองได้ราคาที่ดีที่สุด (ราคาดีๆ น่าจะไปกลับ 5xxx) แต่จองได้ราคาไปกลับ 7xxx ซึ่งก็ไม่แย่หรอก รวมค่ากระเป๋า อาหาร ก็ไปกลับ 8xxx-9xxx ไรงี้

นั่นไม่ใช่สาระ จะมาแพล่มเรื่องอื่น ก็คือ อะ ขาไปยังไม่ได้เช็กอิน (ทำไมกูชิวอย่างนี้) ก็ถูกบอกว่าเช็กอินได้แล้วนะดอก ก็เช็ก ซึ่งพอกดเข้าไปดู  ที่นั่งมันเป็นงี้

29-10-2557 14-14-51

บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าแย่หรือดี แต่ส่วนตัวก็ว่าไม่แย่ คือก็ได้นั่งคู่กัน แต่จะมีเศษติ่งที่ต้องไปนั่งแยก ซึ่งก็บังคับให้ผู้ชายไปนั่ง 5555 ก็ว่ากันไป

ความเห้คือ กดเช็กอิน ต้องมานั่งไล่ใส่วันเกิด เลขพาสปอร์ต วันหมดอายุพาสปอร์ต (กูสงสัยมากว่าตอนจองก็บอกวันเกิดแล้ว ให้กูกรอกอีกรอบทำหอกอะไรเนี่ย) แล้วระบบก็จะขู่ไว้ไง มึงเช็กนะ เช็ก ถ้าข้อมูลผิด มึงขึ้นเครื่องไม่ได้ กูไม่รับผิดชอบนะ กว่าอีนี่จะมะงุมมะงาหรากรอก เช็กความถูกต้อง กดติ๊กถูกเพื่อไปหน้าถัดไป

…session time out
…สัส

กรอกวันเกิด เลขพาสปอร์ต วันหมดอายุพาสปอร์ต ของแต่ละคนอีกรอบ ไปดูหน้าเลือกที่นั่ง ตอนมันให้เลือกที่นั่งใหม่ มันเขียนว่า 0 บาท แต่พอกดๆ ไป อ้าวขึ้นเลขให้จ่ายคนละ 400 อีสัส ไม่เลือกก็ได้ …แล้วก็ session time out อีกรอบ T-T (อ้อ ตรงเลือกที่นั่งก็สงสัยอีก ทำไมกูต้องกดเป็น sequence ทำไมต้องกดเลือกอีคนแรก ข้ามไปเปลี่ยนที่นั่งของอีคนที่สี่เลยไม่ได้เหรอ UI กากสัส) ก็ต้องมากรอกเลขสารพัดของแต่ละคนอีกรอบ จนกูจำวันเกิดและวันหมดอายุพาสปอร์ตของทุกคนในทริปได้แล้ว พ่อง ระบบก็ขึ้นงี้

B02ZCqVCQAIfBUb

/me ล้มโต๊ะ

กดเช็กอินอีกรอบ (แน่นอน กรอกข้อมูลใหม่อีกรอบ) ระบบก็ขึ้น error แบบเดิม อะ กูเกิลหา มีคนเจอแบบกูรึเปล่า แล้วเค้าแก้ปัญหายังไง พยายามย้ายเบราเซอร์ก็แล้ว อะไรก็แล้ว เริ่มต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และลองถามทางเพจแอร์เอเชียของไทยดู (จนตอนนี้แม่งก็ยังไม่ตอบ เริ่มสงสัยแล้วว่าองค์กรไทยนี่คงดีแต่ทำการตลาดอย่างเดียว) แต่พบว่ามันมีทวิตเตอร์ @askairasia ที่ตอบเร็วและดีมากเว้ย ดีชนิดที่อีเจ๊กดเช็กอินให้กูอัตโนมัติโดยที่ไม่ได้ขอ T-T แต่ก็เอาเหอะ ก็เอาเป็นว่าขาไปก็คอนเฟิร์มได้หมดแล้ว ปรินต์บอร์ดดิงพาสแล้ว

ทีนี้มาที่ขากลับ จะกดเช็กอิน อ้าวสัส ไม่ให้เช็กอีก ต้องเข้าไปหน้าเว็บเช็กอิน กรอกเลข booking กรอกว่า destination คือของขากลับ ถึงจะให้เช็กอิน
ระบบก็ให้ที่นั่งมาแบบนี้

28-10-2557 14-32-22

ก็ดูเหมือนจะดีเพราะได้นั่งด้วยกัน แต่มีอีสองตัวในทริปร่ำร้องอยากจะดูวิวฟูจิขากลับ ซึ่งแม่งต้องนั่งทางขวา ก็อะ ที่ว่างยังมี ก็คุยกันกะจุ๊งกะจิ๊ง นั่งแบบนี้ดีมั้ย ยอมเสียค่าเปลี่ยนที่จะได้ฟินๆ

28-10-2557 14-37-35

ขณะที่ยังตกลงกับทั้งทริปไม่ได้ว่าจะเอายังไง จะจ่ายเงินค่าที่นั่งมั้ย กลับมาดูอีกที…ที่ที่หมายตาไว้ หายไปอย่างไร้ร่องรอย T-T ตื่นตะลึงมาก นี่กูเช็กอินล่วงหน้า 12 วันแล้ว ยังไม่พอเหรอวะแม่ง

นั่งดูอยู่นาน ก็ใช้วิชามารเล็กๆ ก็ได้ที่มาแบบนี้

29-10-2557 14-27-21

ก็เป็นอันจบ คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาแล้วมั้ง นะ

สรุป

  • อยากเห็นฟูจิขาไปให้นั่งทางซ้าย ขากลับให้นั่งทางขวา
  • วิชามารห้องบลูแม่งใช้ได้จริง
  • ตอนนี้จอง AirAsia จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสไม่ได้แล้วนะ เศร้ามาก เพราะนั่นแปลว่า จะจองแล้วต้องตัดสินใจเลยจะเอาหรือไม่เอาทริปนั้น ถ้าจ่ายที่เซเว่นมันจะสามารถ book ได้หลายอันไง (ก็เลวเนอะ)
  • อย่าคาดหวังอะไรกับระบบตอบรับลูกค้าของไทย
  • ส่วน @askairasia แม่งดี มีปัญหาอะไรถามนางเลย ด้วยภาษาอังกฤษง่อยๆ นี่แหละ
  • เว็บแอร์เอเชียนี่ ไม่รู้ยังไง คือมันกาก หรือ user error เอง ก็ไม่ทราบได้
  • ไม่เข้าใจอีกว่า กรอกวันเกิดก็แล้ว เลขพาสปอร์ตก็แล้ว วันหมดอายุก็กรอกขาไปแล้ว ขากลับนี่ต้องให้กูกรอกอีกทำไม T-T พ่อง
  • คิดว่าการเช็กอินครั้งนี้ กูกรอกข้อมูลพวกนี้ไปประมาณ 30 รอบเห็นจะได้ ฟัก
  • ศึกการยื้อแย่งที่แม่งใหญ่หลวงมาก ดังนั้น 14 วันก่อนเดินทาง มาทำเว็บเช็กอิน น่าจะดีสุดละ
Permalink

ตัดผมครั้งที่สองในรอบปี

  • อะอันนี้ครั้งแรก เข้าร้านตัดผมครั้งแรกในรอบปี
  • จริงๆ ไม่ได้อยากไปตัดเร็วขนาดนี้ เพราะแม่งราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ คือเราโอเคแหละกะการจ่ายเงินแล้วได้ลุคที่เราพอใจ แต่นี่มันเร็วไป.. ที่ต้องไปตัดเพราะกำลังจะไปเที่ยว ผมหน้าม้ายาวแล้ว แล้วผมดำก็ขึ้นแล้ว ไม่อยากอะไม่อยาก อยากให้ตัวเองดูดี 55555555555555 (แรดอะ)
  • ก็ไปตัดร้านเดิม กะคนเดิม คิดว่าก็คงตัดกะคนนี้ไปอีกนาน
  • นัดหกครึ่ง ได้ตัดจริงๆ อีกชั่วโมงให้หลัง กูสงสัยมากตกลงจะนัดเวลาทำไม.. ไหนว่าคนต่างชาติตรงต่อเวลา
  • ไปเจอเด็กใหม่ เอาน้ำเย็นสระผมให้ ก็หนาวกันไป แล้วไดร์ผมให้ ใช้ไดร์ร้อนระดับที่แบบ..เอ่อกูเริ่มไม่ประทับใจละ แต่เข้าใจว่ามือใหม่ -_- ขี้เกียจด่า
  • เล่นเกมจนรากงอกก็ได้ตัดผมซะที จากนั้นก็เติมสีที่โคนผม พี่แกบอก ลองไฮไลต์ผมแดงหน่อยมั้ย อะๆ จัดมา ซึ่งสงสัยมากอีปอยแดงนี่อยู่ไหนวะ 5555555555555 หาไม่เจอ – – (ตอนแรกเข้าใจว่าปอยแดงคือแบบ จะประหลาดปะวะ แบบ ชะนีหัวน้ำตาล มีปอยแดงเหมือนเอาปลายผมจุ่มสี แต่ไม่อะ ไหนปอยแดงไม่รู้ เดาว่าคงแดงน้อยมากๆ)
  • ตอนล้างผมช่างตัดผมอีกคนพาไปล้าง สระผมให้ เค้าใช้น้ำอุ่น T-T นี่สิวะบริการที่ดี สระก็ดี นวดก็ดี ฮรือ
  • ก็ได้ทรงผมมา ก็ดีตามมาตรฐานแหละ จริงๆ คนตัดนี่ แกไม่ได้ใช้เทคนิคแบบ เอากรรไกรสไลด์มาแงบผมเอาๆๆ นะ แต่แกก็สามารถทำให้หัวเบาขึ้นได้ ประหลาดดี (และกระเป๋าตังค์ก็เบาด้วย..)
  • แต่ก็เอาเหอะ ประทับจิตประทับใจ ปีหน้าฟ้าใหม่ไปตัดอีก
  • คิดว่าน่าจะไว้ผมยาวได้ละนะ ตั้งใจไว้ยาวสุดก็ อืม เลยบ่ามานิดๆ มั้ง ให้มันเลยระยะกระดกเป็นตูดเป็ด แต่ไม่ถึงกลางหลังไรงี้
  • คือพบว่าปีที่แล้วที่ผมสั้นกุดนี่ กูทอมมากกกกกกกกกกกกกกกกก แล้วก็ไม่ได้คิดด้วยนะตอนนั้นว่าผมสั้น (แต่ผมสั้นมันสบายหัวมากเลยนะ T-T 555)
Page 3 of 1412345...10...Last »