19 : Final Life 120 วัน ตามติดชีวิตเด็กทุน
Friday, June 15th, 2007อยู่ในช่วงที่เครียดมาก
เพราะว่า เทอมนี้ ต้องทำเกรดให้ดีๆ
ลงทะเบียนไป 22 หน่วย
เป็นวิชาดังต่อไปนี้
ADVANCED PHYSICS LABORATORY
เค้าบังคับให้เรียน ==
มีงานแล็บส่งทุกอาทิตย์ ห้ามพิมพ์คอมด้วย แง่ง
ELECTROMAGNETIC THEORY
นี่ก็บังคับเรียน
อาจารย์ที่สอนหน้าตาแนวไอน์สไตน์ (แต่เราแอบเรียกว่าอาจารย์พุดเดิ้ลหัวขอด บาปจัง)
แกสอนเร็วมาก และชอบเล็กเชอร์แนวขยุกขยุยให้ดู
ถ้าฟังแกพูดไม่ทันก็ซวยไป
ตอนแรกวิชานี้มีการบ้านด้วย
แต่ว่าเด็กมันลอกกันส่ง
อาจารย์ก็เลยแคนเซิลคะแนนส่วนนี้ (30 คะแนนแน่ะ แง)
ไปตายกะตอนสอบลูกเดียว T^T
ASTROPHYSICS I
ตอนแรกกะจะยังไม่ลงวิชานี้
กะไปลง ADVANCED MECHANICS ก่อน
แต่ด้วยเหตุที่มันยาก และต้องทำเกรดก่อน
ก็เลยพับวิชานี้ไว้ รอไปลงปี 4 ละกัน
วิชานี้อาจารย์สอนอืดๆ เอื่อยๆ จดเล็กเชอร์ได้สวยมาก
จบแต่ละบทอาจารย์จะให้ส่งเล็กเชอร์และให้เอาเล็กเชอร์ที่ตรวจแล้วเข้าห้องสอบได้
คือเป็นการสอบแบบ open ไม่รู้จะยากมั้ย
แต่ข้อดีคือไม่ต้องอ่านและไม่ต้องจำเลย ก็ดีไป
แต่ก็ต้องเข้าใจอะเนอะ กะรอเปิดเล็กเชอร์อย่างเดียวทำข้อสอบไม่ทันพอดี
GLOBAL GEOPHYSICS
วิชานี้ก็ลงเพราะว่า เทอมหน้าต้องเรียนแล็บ 2 ตัว
แต่มีวิชาที่ลงแล็บได้อยู่ตัวเดียว
คือตอนแรกกะเรียน MATHEMATICAL FOR PHYSICS
แต่ยากชิบเลย 555 ก็เลยถอน ไปนั่ง sit in อย่างเดียวดีกว่า สบายใจดี
เนื้อหาแมทฟอร์ฟิก็เป็นเนื้อหาที่ต้องใช้เรียน Quantum Mechanics เทอมหน้า ไรเงี้ย
พูดถึงโกลบอล จีโอฟิสิกส์ต่อ
วิชาและฟีลนี้กำลังบูมมาก เพราะว่าเรื่องสึนามินี่แหละ
เด็กฟิสิกส์ก็เลยแห่มาลงเป็นส่วนใหญ่
แต่ถามว่าชอบมั้ย — ก็เรียนได้
อาจารย์ฟีลจีโอนี่เก่งมาก มีด็อกเตอร์ 5 คน
ตอนนี้กำลังเรียนกะอาจารย์เยอรมัน ชื่ออาจารย์ Helmuth อยู่
เป็นฝรั่ง (ไหนว่าเยอรมันวะ) ตัวโตๆ ดูดุๆ
แต่แกใจดีกะผู้หญิง 55555
สอนก็ดีด้วยแหละ แต่มันเป็นภาษาอังกิ๊ดดดด กรี๊ดดดดด
วิชานี้ก็การบ้านเยอะเหมือนกัน เช็กชื่อด้วย
NUCLEAR PHYSICS I
ตอนแรกเกือบไม่ได้ลงวิชานี้
เพราะว่าเวลาไปตรงกะวิชาอื่น
แต่สุดท้ายก็ได้ลง
วิชานี้ก็ยากและโหดมากเหมือนกัน แต่อยากเรียน
เค้าบอกว่าถ้าลงนิวเคลียร์กะจีโอพร้อมกัน มีแต่ตายกะตาย
เพราะการบ้านเยอะมากๆๆๆๆๆ
เลยหวั่นๆ อยู่ ตูจะไหวมั้ยนี่ T^T
GREENING THE CAMPUS COMMUNITY
ชื่อภาษาไทยว่าวิชา “ชุมชนมหาวิทยาลัยเขียว”
เป็นวิชาบังคับของคณะวิทยาศาสตร์
คือให้นักศึกษารณรงค์อนุรักษ์และสร้างสีเขียวให้กับมหาวิทยาลัย
เรียนสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง
วันแรกมาก็ให้ดูหนังเรื่อง An Inconvenience Truth เลย
แต่หลับ 55555
แล้วก็ให้ทำรายงานเรื่องหนังนี้นี่แหละ
และก็มีให้ทำโครงงาน โดยเทอมนี้กำหนดหัวข้อเรื่อง Recycling Paper
นัยว่ารุ่นพี่ทำโครงงานปีที่แล้วเค้าได้ตัวเลขมาว่า
ในปีๆ นึง คณะวิทยาศาสตร์ใช้กระดาษไปประมาณ 11 ล้านแผ่น!!!
ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย
ก็เลยให้นักศึกษาทำโครงงานว่าจะทำยังไงถึงจะลดจำนวนกระดาษได้ ไรเงี้ย
GRAPHICS DESIGN AND APPLIED ARTS
วิชา การออกแบบกราฟิกส์และการประยุกต์ศิลป์
วิชานี้กะเอาเป็นวิชาเลือกทำเกรด เพราะคิดว่าตัวเองชอบ และน่าจะทำเกรดได้ดี (มั้ง)
แต่ไม่ค่อยชอบอาจารย์และวิธีการสอนของอาจารย์เท่าไหร่
วันแรกมาก็ให้จับกลุ่ม โยนหัวข้อรายงานที่สุดแสนจะกว้างมาให้
ความหมายกราฟิก - องค์ประกอบกราฟิก (9 อย่าง อะไรมั่งวะ) -
กราฟิกในปัจจุบันและแนวโน้มกราฟิกในอนาคต (แง่ไหนล่ะ)
แล้วก็ให้พรีเซนต์เรื่องเนี้ย — ทั้งชั้น
แต่เห็นว่าหลังๆ จะมีใช้โปรแกรมกราฟิก - นี่แหละที่อยากเล่น
ก็หวังไว้ว่าจะเรียนได้อย่างมีความสุขละนะ
จะพยายามกำจัดอคติในใจไปซะก่อน
ENGLISH GRAMMAR FOR REAL LIFE COMMUMICATION
แกรมม่าร์ (ม่าร์นะ ไม่ใช่มี่)
เป็นวิชาที่ยากมากกกกกกกกกกกกกก
แน่ล่ะสิ ไม่ใช่ conversation นี่
คือในหลักสูตรเค้าบังคับให้เรียนภาษาอังกฤษอย่างน้อย 3 ตัว
คือ Foundation English I, II
และตัวเลือกอื่นๆ ซึ่งก็เป็นสกิลฟังพูดอ่านเขียนนั่นแหละ
Conversation - ฝรั่งสอน เค้าว่ากันว่า เอง่ายมาก (แต่เทอมนี้ตารางชนหมดเลย ลงไม่ได้)
Reading - ยาก
Translate - ยาก
Grammar - โคตรยากกกกกก ==
ส่วนตัวคิดว่า แกรมม่าร์กะคอนเวอร์ฯ เนี่ย เป็นอะไรที่สวนทางกันมากๆ
เพราะว่า การจะพูดภาษาอังกฤษให้ได้ดี มันต้องลืมแกรมม่าร์ไปซะก่อน
คือไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงกฎมันมากมาย (ดูเวลาคนเราพูดหรือเขียนไทยสิ ตรงไวยากรณ์ซะที่ไหน)
แต่ที่เรียนแกรมม่าร์นี่ ยากมากกกกกกกกกกก
มีแต่กฎนั่นกฎนี่มากมายก่ายกองมหาศาล
เข้าไปเรียนนี่ รู้สึกว่าตัวเองเป็นง่อยกระทันหันเลย 555
เพราะว่า ไอ้สิ่งที่คิดว่ารู้ จริงๆ ไม่รู้ ไม่แม่นอะไรเลย
พื้นฐานที่เคยคิดว่าดีมันโหรงเหรงง่อนแง่นมาก
คิดดูสิ เกิดมายังไม่เคยได้ยินคำว่า I do love เลย
แต่มีความหมายนะ เป็น extra meaning แนวๆ really love (ไม่ใช่ฉันทำรักนะ -_-”
เรียนแกรมม่าร์นี่รู้สึกสนุกดี
ไม่ง่วงเลย เพราะอาจารย์คอยถามคอยจี้ตลอด และมี Classwork ให้ทำตลอด
และมีการบ้านด้วย ==
8 วิชา 22 หน่วยกิต
เป็นอะไรที่หนักมั้ย? หนักมาก
ยิ่งปีนี้ไม่รู้เป็นอะไร มีการบ้านยั้วเยี้ยเต็มไปหมด
ทั้งวิชาภาค และวิชาเลือก
ตอนแรกก็เครียดๆ (ตอนนี้ก็ยังเครียด)
คือกลัวเรียนไม่ไหว กะจะถอนไปซักตัวระหว่าง Graphics กะ Grammar
(เทอมนี้ไม่รู้เป็นอะไร เพิ่มถอนวิชานัวไปหมด)
แต่ก็คงจะไม่ถอนละแหละ เพราะอยากเรียนทั้ง 2 วิชา
เทอมนี้มีภารกิจหลายอย่างมาก
-เรียนให้ได้เกรดดีๆ
ไปบอกไว้ในฟอนต์ด้วยว่าจะเรียนเอาเกรด
จริงๆ มันก็น่าขยะแขยงยังไงไม่รู้นะ เรียนวิชาที่หวังว่าน่าจะได้ A (ไม่ก็ B ขึ้น ก็ยังดี)
ปกติไม่ได้เป็นคนแบบนี้นะ คือถ้าอยากเรียนต่อให้รู้ว่ามันยากก็จะเรียน (แบบแกรมม่าร์ไง)
แต่มันมีสาเหตุคือ ถ้าปีนี้ทำเกรดได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็คงจะตกทุน
และก็คงจะเรียนไม่จบ ป.ตรีแน่นอน
ยังไงก็ต้องไฟต์เต็มที่แหละ ตอนปิดเทอมที่รู้ว่าตัวเองตกทุน สภาพมันทรมานมาก
ไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีก อย่างน้อยก็ได้โอกาสมาแก้ตัวแล้ว
เป็นข้อเสียของตัวเอง
คิดว่าตัวเองเป็นคนเก่งมั้ย - ก็คิดว่าสมองดีนะ
แต่นิสัยเสีย คือตามใจตัวเองมากๆๆๆ ไปหน่อย (ไม่หน่อยแหละ เยอะเลย)
คือติดอินเทอร์เน็ต และพอขี้เกียจก็ไม่เรียนซะงั้น
ไม่ดีมากๆ เลย ทั้งๆ ที่ 2 ปีแรกมันน่าจะทำเกรดได้แท้ๆ แต่ดันไม่ทำ
เป็นบทเรียนราคาแพงที่จะพยายามมาแก้ตัวกะปีนี้ให้ได้มากที่สุด
-ทำงานพิเศษ
เนื่องจากโดนที่บ้านตัดหางปล่อยวัดแล้ว
ก็ต้องกลายเป็นคนเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย
นี่แหละ..ที่คิดว่าหนัก
ทำงานเฝ้าร้านการ์ตูน ดูสบายก็จริง แต่ก็หนักนะ
ทำงานเสร็จมาสายตัวแทบขาด
แต่ก็ต้องเจียดเวลามาอ่านหนังสือให้รอด
-เรื่องครอบครัว
==
-อินเทอร์เน็ต
ไม่น่ามาอยู่ในภารกิจเลยนะ 55555
เทอมที่แล้วพยายามจะรักษาให้ได้หมด ทั้งเรียน เล่น งาน
แต่ก็เป๋ว
เพราะฉะนั้นไอ้ที่ต้องตัดอย่างแรกคืออีนี่นี่แหละ
ตอนนี้จะเลิกไปเล่นเน็ตที่ร้านแล้ว คงประหยัดตังค์ไปได้โข
มาเล่นโน้ตบุ๊คของรูมเมทแทน ซึ่งก็ดี
เพราะเวลามันจะเล่น เราก็เล่นไม่ได้ใช่ม้า ก็เอาเวลาไปทำการบ้าน อ่านหนังสือแทน
-เรื่องเงิน
==”
พอคิดว่าเทอมนี้ต้องทำอะไรบ้าง
มันรู้สึก…อึดอัด เหมือนมีอะไรมารัดไว้เหมือนกันนะ
แต่จะทำไงได้ล่ะ
มันก็ต้องสู้อะเซ่!!!
ขอแค่อย่ามีอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองมาบั่นทอนกำลังใจให้ท้อเป็นพอ ^(-/|\-)^
(ซึ่งมูลเหตุของทุกอย่างก็เกิดจากตัวเองทั้งนั้นแหละ 555
ขึ้นกะว่าตัวเองจะไปโดนอะไรกระทำมาอีกที)
ไหนๆ ก่อนเปิดเทอมก็ไปโอ้ลันล้ามีความสุขมาแล้ว
เอาความสุขนั้นมาเยียวยาใจตอนนี้หน่อยจะเป็นไรไป
*-*
สู้เว้ยยยยยยย!!!!!!!
ปล. บ่นยาวจังเลย แต่เครียดมาก
ทั้งๆ ที่ตั้งใจว่าบล็อกนี้จะไม่บ่นเรื่องส่วนตัวแล้วแท้ๆ (ปกติจะไปโยนขี้ไว้ใน My Spaces)
เอาเหอะ ถือว่าถ้าใครมาอ่านแล้วได้ข้อคิด (ซึ่งไม่น่าจะมี) ก็ขอให้เป็นบุญไปละกันเน้อ
คิดว่าเอนทรี่ต่อจากนี้ไปคงเป็นการรายงาน (หรือจริงๆ คือบ่น) ถึงชีวิตการเรียนของตัวเองนั่นแหละ
==
ปล. อีกที so tire so serious and so fight!!!!!!!