Post Format

My first smartphone

มือถือเครื่องแรกของข้าพเจ้าคือ i-mobile 606 ซื้อตอนเรียนปีสาม สนนราคา 6600 บาท
ซื้อเพราะอยากได้มือถือที่ทำได้ทุกอย่าง ถ่ายรูป (VGA) ฟังเพลง ถ่ายคลิป บลาๆ ก็เลยสอยมา
ไอโมบายเครื่องนี้อยู่กะข้าเจ้ามาเป็นเวลา 4 ปี
(ช่างเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากเมื่อเทียบกับยี่ห้อของมัน)

ปีแรกยังดีอยู่
ปีที่สองใช้คุยมากเกิน (วันนึงอย่างต่ำ 3 ชั่วโมง ใส่สมอลทอล์กตลอด)
มันเลยเริ่มมีอาการเอ๋อๆ ให้เห็นบ้าง
ปีสามกล้องมือถือเริ่มเจ๊งเป็นบางเวลา มือถือสลับไปเป็นโหมดหูฟังเองเป็นบางเวลา
มือถือเริ่มปิดเครื่องเองเป็นบางเวล่
ปีที่สี่เผลอทำตกบันได หน้ากากแตกออกมา ด้วยความงกก็ยังทนใช้อยู่
เอากาวตาช้างมาแปะๆ หน้ากากเป็นสิบๆ รอบ

และนี่คือสภาพอันน่าอนาถของมัน

ถ้าถามว่ามือถือมันยับเยินขนาดนั้นทำไมถึงไม่ซื้อใหม่ซะที
จริงๆ ตอนที่มันหล่นแล้วหน้ากากมันหล่นก็ร่ำๆ จะไปซื้อใหม่แล้วนะ
แต่ก็มีเหตุผลที่ไม่ได้ไปซื้อ แล้วก็เลยสรุปกับตัวเองว่าเอาเงินไปทำอย่างอื่นก่อนดีกว่า
มือถือมันก็ยังใช้ได้อยู่ (ถึงแม้สภาพจะทุเรศมาก) ก็เลยทนใช้มาอีกครึ่งปี

สุดท้ายเพิ่งได้มือถือใหม่เมื่อวันที่ 21 ปี 2009
ด้วยสปอนเซอร์ใจดีที่ให้เป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังสองเดือน

สนนราคาสองพันต้นๆ
ก็ใช้ดีสมคุณภาพของมัน แต่อยู่ได้จนถึงปี 2555 ด้วยความที่ว่าแบตเสื่อมไม่ไหวเคลียร์ (คืออีนี่เป็นคนโรคจิต ชอบชาร์จแบตให้เต็มเสมอและเพิ่งมารู้ว่ามันไม่ดี…) ก็พัง

ก็ไปซื้อไอ้นี่มา พันนิดๆ อยากได้เพราะว่าต้องการมือถือที่ใส่ mp3 ได้ (ชินกะเสียงนาฬิกาปลุกอันเดิมและไม่คิดจะเปลี่ยน)

สรุปก็คือตั้งแต่เกิดมาจนถึงวันที่ 17 มกราที่ผ่านมา ไม่เคยใช้สมาร์ตโฟนเลยซักเครื่องเดียว

แล้วมึงอยู่รอดในสังคมดิจิตอลได้ไง?

ไอพอดทัช + Mifi สิครัช

ซื้อไอพอดทัช Gen4 ตั้งแต่ปีแรกๆ ที่ออก (ปีไรวะจำไม่ได้) โอ้ย เล่นเกมมันมือมาก สุขสุดๆ
Mifi ก็ซื้อต่อจากพี่แอนพันนึง (ตอนนี้แบตเสื่อมแล้ว เอวัง)
ไอพอดทัช Gen4 ก็เริ่มพังเพราะแบตเสื่อม… 555
ก็ซื้อ Gen5 ปีที่แล้ว ตอน Red Friday และ Engrave ด้วยนะ (แน่ะ) มีประสบการณ์เกือบทำมันหายด้วย (ไปย้อนหาอ่านเอาเอง)
คิดว่าทุกวันนี้พอใจกะชีวิตแล้ว อาจจะขลุกขลักบ้างตอนไปถ่ายงานอีเวนต์แล้วแบต Mifi ไม่ค่อยอำนวย
ไม่นำพากะการพกอะไรเยอะๆ เพราะทุกวันนี้ก็บ้าสมบัติเป็นกิจวัตร
พอใจกะค่าโทรที่ถูก ค่าเน็ตที่เล่นๆ ไปเหอะ (2 GB 300) แถมเบิกบริษัทได้

ถามว่าทำไมไม่ซื้อสมาร์ตโฟน?
ไม่มีตังค์…ไม่ใช่ ไม่อยากซื้อ
ถามว่าทำไมไม่อยากซื้อ ไม่รู้อะ มันแพง
แล้วทำไมแกไม่ซื้อถูกๆ แอนดงแอนดรอยด์ ไม่เอ๊าาา เป็นสาวก ชอบเล่นเกมบน iOS มันลื่นปรื้ดๆ
iPod Touch Gen5 ก็ตอบโจทย์กะชีวิตดี และคิดว่าได้ประสบการณ์ด้าน Mobile พอใจละ

แต่ความคิดนี้ก็สั่นคลอนเพราะ Red Friday ที่ผ่านมา…
แม่งเสือกลดราคา iPhone ด้วย T T
และมีคนบอกว่าจะจ่ายให้แลกกะสัญญาทาส T T เอาก็ได้วะ

ก็เลยมีแมแถไฮโซเป็นของตัวเอง เอวังด้วยประการฉะนี้

ประสบการณ์การใช้ไอโฟนได้ 6 วัน

  • วันแรกมา ก็ไม่อะไร ก็ไปทำนาโนซิมและขอเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน เจ๊เค้าขอให้แอคติเวตเครื่องตอนนั้น ชิบหายทำไงวะ แกะจากกล่องงกๆ เงิ่นๆ ซิมก็ใส่ไม่เป็น น่าอับอายยิ่งนัก T T
  • พอจัดการเรื่องซิมและแพคเกจเสร็จ ออกมาก็ลองโทรหาคนนั้นคนนี้ ทำไมชั้นไม่ได้ยินเสียงงง!! กรูจะฟ้องทิมคุกกกก (ปรากฎว่าเพราะลืมเอาพลาสติกหน้าจอออก เอวัง)
  • ถามว่าไอโฟนดีมั้ย… ก็ดีนะ แดกแบตดี ถือแล้วก็กลัวจะหาย กลัวโดนฉก แล้วก็งงเรื่องตั้งค่า ไม่เข้าใจว่า ทำไมเปิดเสียงริงโทนแล้วต้องมีเสียงกล้อง ทำไมกรูเลือกปิดเสียงกล้องไม่ได้ ทำไมกรูเลือกปิดสั่นบางแอปเวลาเปิดโหมดสั่นไม่ได้ (แล้วก็โดนสาวกด่า ใช้ของศาสดากรุณาอย่าเยอะ) … อะไรวะ บ่นก็ไม่ได้
  • แถมแดก 3G เปิดมา 2 วันแรก หมดไป 500 MB หมดไปกะเชี่ยไรก็ไม่รู้ เช็กก็ไม่ได้ TvT เห็นแอนดรอยด์เช็กเป็นกราฟสวยงามได้ (ใช้ของศาสดากรุณาอย่าเยอะ …)
  • แต่กล้องมันแหล่มชิงๆ จ๊าฟมาก
  • ส่วนการฟังเพลงและเล่นเกม…ยังคงใช้ไอพอดทัช
  • ไอโฟนแดกแบตมาก ต้องชาร์จทุกวัน (แต่ไม่ชาร์จข้ามคืนละ เข็ด)
  • จบละ ไว้นึกไรได้จะมาต่อ (ถามว่าไอโฟนหกมาซื้อมั้ย…ก็ซื้อนะ ก็มันมีเครื่องแรกไปแล้ว 555)

Comments