Permalink

ทำเพจยังไงให้ดังและได้เงิน

  • อาจจะต้องหาจุดยืนก่อนว่าทำเพจไปเพื่ออะไร ใจรัก หรือเงิน หรือ รักด้วย แต่ได้เงินก็ดี
  • ถ้าใจรักก็ไม่ต้องสนใจอะไรก็ทำๆ ไป
  • ถ้ารักด้วยแต่ได้เงินก็ดี และทำเพื่อเงิน ก็ต้องมาวางกลยุทธ์
  • ทุกอย่างสำคัญเช่น ชื่อเพจ url เพจ และวางเผื่ออนาคตด้วย เช่น จะมีทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เว็บ มั้ย ชื่อควรเป็นชื่อเดียวกัน
  • ในส่วนของกลยุทธ์ เราเชื่อมั่นในความเป็น first, best, difference คือ ถ้าไม่ได้ทำเป็นคนแรก ก็ต้องทำให้มันดี ถ้าทำเป็นคนแรกหรือดีไม่ได้ ก็ต้องแตกต่างไปเลย
  • การลอกไอเดียเพจเมืองนอกแล้วเอามาใส่กลิ่นไทยๆ ก็น่าสนใจดี
  • การเกณฑ์คนมาไลก์เยอะๆ ถ้าเอาแนว organic บ้านๆ สุด ก็ชวนเพื่อนมาไลก์, ขอให้เพื่อนช่วยแชร์, ทำคอนเทนต์ให้มันดีให้คนแชร์เยอะ คนเห็นเพจเรา
  • มีเงินหน่อยก็ boost post แต่ไม่ค่อยทำอะเปลืองตังค์
  • ถึงบอกไงว่าใช้ชื่อดีมีชัยไปหลายดอกเพราะคนจะหาเจอ
  • หมดแล้ว (คนอ่านอาจจะบอกว่าก็รู้หมดแล้วปะวะเขียนเพื่อ)
  • ไม่หมดก็ได้ จะบอกว่าการทำเพจควรคำนึงถึงระยะยาวเช่น มุกหมด หมดแรงทำ อะไรงี้ ความสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญมาก
  • ควรทดลองนู่นนั่นนี่ในเพจตัวเองเยอะๆ ทดลองอะไร ไม่บอก เอาไว้บอกในคอร์สขาย
  • แล้วก็การลงทุนมีความเสี่ยง ทำเพจดังไม่ได้ตังค์ก็มี อย่าหวังอะไรมาก จอบอ
  • แล้วอีคนเขียนได้ตังค์มั้ย ก็ได้ปีนึงห้าหกหลักนะคะจากเพจที่มีคนตามเกือบแสน (แต่คนหารหลายคนย่ะ) สวัสดี
Permalink

แด่เว็บเดอะ

หงายการ์ดก่อนว่านี่คือความเห็นส่วนบุคคลไม่ได้คิดจะหมิ่นประมาทอะไรใคร ทุกคนไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนนี่ และนี่เขียนเพื่อบันทึกสิ่งที่ตัวเองคิด คิดว่าคงไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนบล็อกเกอร์โดนแป้งดาราฟ้องแต่ก็กันไว้ก่อน (มันกันอะไรได้วะ ช่างเหอะ)

เราก็อายุมากพอที่จะผ่านยุคของ msn pirch (แก่สัด) และเว็บดอตคอม ในยุคที่ใครๆ ต่างก็มีเว็บ โดเมนดอตคอมก็โดนจดชื่อกันไปกระจาย จนมาวันนึงมี .in.th ให้ใช้ ก็เหมือนมีแสงสว่างว่า กูจดชื่อโดเมนสวยได้แล้วโว้ยและไม่จำเป็นต้องดอตคอมก็ได้ (faceblog.in.th ก็เป็นหนึ่งในนั้น)

ต่อมาก็มาถึงยุคของ thexxxx.co และต้องเป็น “สื่อออนไลน์”

…นี่เรามาถึงจุดนี้ได้ไงวะ

เราเข้าใจเอาเองว่าอินไซต์ของเว็บพวกนี้เป็นส่วนใหญ่มาจาก นิตยสารกำลังจะตายเรียบ, คนทำนิตยสารจะไปทำอะไรต่อ, ทำ e-magazine ก็คงไม่ใช่, งั้นกูทำ web magazine ละกัน สเต็ปในการทำก็คือ

1. กำหนดโพสิชั่นตัวเอง ชั้นจะเป็นสื่อทางเลือก ชั้นจะเป็นสื่อไม่เลือก ชั้นจะเล่นประเด็นทุกอย่างในโลกออนไลน์ ชั้นจะเป็น BuzzFeed ชั้นจะเป็นแมกกาซีนในรูปแบบเว็บ
2. อะแน่นอน จดโดเมนในฟอร์แมต thexxx.co
3. ทำอะไรเอาใจโลกออนไลน์ต้องมีเพจและทวิตเถ่อะร์ ไปค่ะไปจดเพจกะทวิตเตอร์ซะ
4. บางเว็บที่เพิ่งเปิดตัวก็เอาคอลัมนิสต์ที่ดูดังๆ มาเปิดตัวให้ดูแกลมๆ ก่อน เขียนจริงไม่จริง หรือโดนถอดทีหลังมันก็อีกเรื่อง 5555555555555555555

โดยส่วนตัวเท่าที่ลองๆ อ่าน เราก็พบว่า ทุกๆ เว็บที่ว่ามา มันก็เป็นเว็บที่พยายามจะเป็นสื่อออนไลน์ทางเลือก แต่ปัญหาคือมันมีเยอะจนวันนึงคนอ่านไม่รู้หรอกกูจะเลือกอ่านอะไรดี สรุปไม่อ่านซักเว็บแม่งง่ายกว่า อย่างเรา เรารู้ว่าเราจะอ่านเรื่องไอทีได้ที่ blognone อยากรู้เรื่องแอนดรอยด์ไป droidsans อยากอ่านข่าวที่เป็นประเด็นไปเพจจ่าดราม่า อยากอ่านเรื่องบิวตี้ไปจีบัน แต่ เว็บเดอะๆๆ เนี่ย มันจะมีค่าในสายตาเราก็ต่อเมื่อมีคนแชร์แล้วเรารู้สึกว่าทอปปิกนั้น่าสนใจและเข้าไปอ่าน มีค่าแค่นั้นเลย

ยังไม่รวมความไม่รู้ว่า การทำคอนเทนต์ให้น่าอ่านในโลกออนไลน์มันควรจะเป็นยังไงนะ หลายๆ เว็บที่เห็น ยังมีความเป็นนิตยสารอยู่มากคือแค่เปลี่ยนฟอร์แมตจากกระดาษเป็นเว็บแค่นั้น แต่นั่นแหละไปเสือกอะไรกะเค้าก็เค้าพอใจแบบนี้ ถถถถ

ท้ายสุดทำไมไม่รู้ นึกถึง Justin Timberlake ในคราบ Peter Thiel ผู้ชี้หน้า Mark Zuckerberg ผู้ถือโดเมน thefacebook.com แล้วก็บอกว่า “ถ้ามึงอยากเท่ มึงตัดเดอะซะ”

Permalink

The Classic: คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต (Spoiled)

เห็นเรื่องนี้ตั้งแต่ launch และแต่ไม่ได้ดู แต่ชอบก๊อปปี้ภาษาไทยมากคือคิดได้ไง

สปอยล์

มีเรื่องสามเส้า สองคู่
แตซู-จูฮี-จุนฮา จุนฮากับจุนฮีรักกัน เพราะได้เจอกันตอนจุนฮีมาบ้านปู่ จุนฮีขอให้จุนฮาพาไปเที่ยวบ้านผีสิง แล้วก็ไปนั่งเล่นกัน จุนฮาก็จับหิ่งห้อยมาให้ จูฮีให้ของตอบแทนเป็นสร้อย แต่จุนฮีโดนพ่อแม่บังคับให้แต่งกับแตซู แตซูเป็นเพื่อนจุนฮา แตซูขอให้จุนฮาช่วยเขียนจดหมายหาจูฮี พอแตซูรู้ว่าจุนฮาชอบจูฮีก็หลีกทางให้ด้วยการให้จุนฮาเขียนหาจูฮี แต่ใส่ชื่อแตซูไป แต่ความแตก พ่อก็ตีแตซู แตซูฆ่าตัวตาย แต่จุนฮามาช่วยสำเร็จ จุนฮาหลีกทางให้เพื่อน แล้วตัวเองก็คืนสร้อยให้จูฮี แล้วก็ไปเป็นทหาร จูฮีมาหาวันที่จุนฮาจะไป เอาสร้อยมาให้ ระหว่างการทำหน้าที่เป็นทหาร จุนฮาลืมสร้อยไว้กับศพเพื่อนเลยรีบไปเอา ทำให้ตัวเองไปเหยียบระเบิดแล้วตาบอด จุนฮามาเจอจูฮีอีกรอบ (ชื่อเรียกยากสัด) แต่จุนฮาพยายามทำตัวเหมือนคนปกติ แต่จูฮีจับได้ว่าจุนฮาตาบอด จุนฮาบอกจูฮีว่าตัวเองแต่งงานแล้วและขอให้จูฮีไปมีชีวิตของตัวเองแล้วจะคืนสร้อยให้ จูฮีไม่รับคืน สร้อยอยู่กับจุนฮา

แตซูแต่งงานกับจูฮี มีลูกชื่อจีเฮ จีเฮเป็นเหมือนกับซูคยอง ซูคยองชอบซังมินโอปป้า เลยให้จีเฮช่วยเขียนจดหมาย จีเฮก็เขียน แต่จีเฮก็ชอบซังมิน ซังมินก็ชอบจีเฮ และพยายามเข้าหาจีเฮด้วยการเอาเสื้อบังฝนให้แล้ววิ่งไปด้วยกัน ทั้งๆ ที่ตัวเองมีร่ม และซื้อของขวัญมาสองกล่อง หวังให้จีเฮได้กล่องที่มีการ์ดที่เขียนความในใจ

“เมื่ออาทิตย์สาดส่องบนท้องทะเล เมื่อนั้นผมคิดถึงคุณ เมื่อจันทร์แรมสาดแสง ในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อนั้นผมคิดถึงคุณ”

จีเฮก็ได้อ่านจดหมายของแม่ แล้วก็ได้รู้จากคนอื่นว่าวันนั้นจริงๆ ซังมินทิ้งร่ม เลยรู้ว่าซังมินก็ชอบตัวเองเหมือนกัน ซังมินก็สารภาพความในใจ แล้วก็คบจีเฮ แล้วก็ไปเที่ยว ณ แม่น้ำที่แม่จีเฮมีความทรงจำกับจุนฮา สรุปว่าหลังจากจูฮีแต่งงาน จุนฮาก็แต่งงาน มีลูกชาย แล้วตัวเองก็ตาย ลูกชายจุนฮา คือซังมินนั่นเอง เอวัง

ความรู้สึกหลังดู

น้ำเน่าเงาจันทร์เวอร์ มีดนตรีเศร้าๆ พยายามมาบิ๊วทั้งเรื่อง ไม่ชอบที่ซังมินตบหน้าซูคยอง แต่ก็เพราะซูคยองตบนางก่อน มีวาทะชวนเลี่ยนเต็มไปหมด ชื่อหนังก็ไม่เห็นสอดคล้องกับในเรื่องเลยสัด

“นอกจากชอบคุณแล้ว ผมไม่เก่งอะไรเลย”
จุนฮาพูดกับจูฮี

Permalink

13 reasons why (Spoiled)

เรื่องย่อ

เด็กที่ชื่อ Hannah Baker ฆ่าตัวตาย ก่อนตายชีได้อัดเทปถึง 13 สาเหตุที่เป็นเหตุผลที่ทำให้ชีตัดสินใจที่จะตาย

สปอยล์

เรื่องดำเนินโดยคนที่ชื่อเคลย์ เคลย์จะได้กล่องเทปที่แฮนนาห์บอกว่า เนี่ย คือ 13 เหตุผลที่ทำให้นางฆ่าตัวตาย กฎคือ ให้ฟัง แล้วส่งต่อไปหาคนในเทปถัดไป ถ้าไม่ส่งหรือไม่ฟัง จะเกิดเรื่องที่รุนแรงกว่านี้ ในกล่องก็จะมีแผนที่ด้วยว่าให้ไปไหนเพื่อให้นึกถึงเหตุการณ์ไหน การดำเนินเรื่องจะแบบ ลีดด้วยเสียงของแฮนนาห์ สลับกับภาพที่เคลย์มโน (ก็คือภาพในอดีต) แล้วก็มีเส้นเรื่องปัจจุบัน ว่า หลังแฮนนาห์ตายเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง คนที่ได้รับเทปมีปฏิกริยาอะไรบ้าง ก็จะขอสปอยล์ตามลำดับเทปว่าด้วยเรื่องในอดีตที่ทำให้แฮนนาห์ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ได้แก่

1. จัสติน: เป็นเพื่อนที่แคท (เพื่อนแฮนนาห์) แนะนำให้รู้จัก ตอนแรกเป็นแฟนแคท แคทออกจากเมืองไป ก็คบกับแฮนนาห์ ก็จูบกันที่สนามเด็กเล่น เป็นจูบที่แฮนนาห์บอกว่ามหัศจรรย์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือจัสตินเอาไปบอกเพื่อน (จัสตินอยู่ในแก๊งเด็กป๊อบ) ว่าได้เอากับแฮนนาห์แล้ว แล้วก็โชว์รูปตอนแฮนนาห์สไลด์ตัวลงจากสไลเดอร์ ซึ่งโป๊เห็นกางเกงใน ไบรซ์เอารูปไปส่งทั่วโรงเรียน ทุกคนด่าแฮนนาห์ว่า slut

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: พยายามไล่ล่าอีเคลย์เอาเป็นเอาตายเพราะกลัวอีเคลย์ปากโป้ง แล้วก็เป่าหูเจสสิก้า (เป่าเรื่องอะไรอ่านไปเดี๋ยวก็รู้)

2. เจสสิก้า: เจอเพราะครูบอกว่าพวกเธอน่าจะเป็นเพื่อนกัน พวกนางก็ยี้ๆ แต่อยู่ๆ ก็สนิทกัน สถานที่นัดพบคือร้านโมเนต์ ไปกินช็อกโกแลตร้อนกัน ในร้านก็จะเจออเล็กซ์ซึ่งแอบมองทั้งสองคนแต่ไม่รู้มองใคร พวกนางก็เดินไปทำความรู้จัก อเล็กซ์ก็มาเป็นเพื่อนของแฮนนาห์และเจส เป็นแก๊งเดียวกัน แล้วต่อมา อเล็กซ์ก็เริ่มไม่มาร้าน แล้วเจสสิก้าก็เริ่มไม่มาร้านด้วย สรุปพวกแม่งไปคบกันแล้วไม่บอกแฮนนาห์ แฮนนาห์ก็มีความนอยด์ แล้วอยู่มาวันนึงเจสก็นัดแฮนนาห์มา เจสโยนกระดาษอะไรซักอย่างแล้วบอกว่าแฮนนาห์เป็นคนทำเพราะต้องการคบอเล็กซ์ แล้วก็บอกว่านี่แหละวิธี slut เค้าทำกัน แฮนนาห์ด่ากลับ fuck you แล้วก็โดนตบ จบการเป็นสถานะเพื่อนสนิท

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: ไม่เชื่อ คิดว่าแฮนนาห์เป็นจอมตอแหล

3. อเล็กซ์: หลังเลิกคบสองสาว อเล็กซ์ก็ไปอยู่กับแก๊งเด็กป๊อบ แล้วในโรงเรียนก็จะมีลิสต์ทำออกมาโดยพวกผู้ชาย เขียนว่าใครสวยใครไม่สวยอะไรงี้ ชื่อแฮนนาห์อยู่ในช่องสาวก้นสวย ส่วนเจสอยู่ในช่องสาวก้นเหี้ย ซึ่งเพราะลิสต์นี่แหละทำให้อีเจสตบแฮนนาห์ อเล็กซ์สารภาพว่า เพราะตอนคบเจส เจสไม่ยอมมีอะไรด้วย เลยจงใจเขียนชื่อแบบนี้เพื่อให้เจสอับอาย

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: เชื่อว่าแฮนนาห์พูดจริง มีความสับสนในตัวเอง แล้วก็เหมือนจะพยายามช่วยเคลย์ตอนจัสตินจับขึ้นรถไปข่มขู่ด้วยการขับรถเร็วจนไปเจอพ่อที่เป็นตำรวจ

4. ไทเลอร์: แอบถ่ายแฮนนาห์ตลอดเวลา ตามถึงกระทั่งไปถ่ายที่บ้าน ก่อนตายแฮนนาห์เลยเอาคืนด้วยการใส่บ้านไทเลอร์เข้าไปในแผนที่ ให้คนในเทปตามไปเจอบ้านอีไทเลอร์แล้วก็ปาหินใส่บ้าน ตอนนี้แฮนนาห์จะมีเพื่อนชือคอร์ทนีย์ เป็นเด็กเรียนดีอยู่กรรมการนักเรียนอะไรงี้ คอร์ทนีย์จะไปช่วยจับคนถ่ายรูปแฮนนาห์ที่บ้าน ไปๆ มาๆ พวกนางก็เล่นกัน ถอดเสื้อแล้วจูบกัน แล้วคอร์ทนีย์คือตอนจูบก็มีอารมณ์คือพยายามจะล่วงล้ำก้ำเกินแฮนนาห์มากกว่าการจูบ แฮนนาห์ได้สติเลยเอาไฟสว่างๆ ที่ไว้ส่องให้แสบตา มาส่องหน้าคอร์ทนีย์ให้ได้สติ แล้วก็ส่องหน้าโจร โจรก็คือไทเลอร์ แล้วก็ได้ถ่ายรูปที่แฮนนาห์กับคอร์ทนีย์จูบกันไปด้วย แฮนนาห์ไปขอรูปมา ไทเลอร์ให้ แต่ไปไงมาไงไม่รู้ รูปหลุด คอร์ทนีย์โกรธมากเลิกคบแฮนนาห์ทันที แฮนนาห์ก็เสียใจ

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: พยายามจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับแก๊งอยากให้เรื่องเทปเป็นเรื่องเงียบที่สุด แต่โดยส่วนตัวก็น่าจะเป็นทีมแฮนนาห์ คือแหกก็แหกไม่ได้คิดจะปิดอะไร เป็นคนพูดเรื่องเทปให้ผู้ใหญ่ฟังด้วยซ้ำไป

5. คอร์ทนีย์: ก็สืบเรื่องจากตอนไทเลอร์ ก็คือกลัวทุกคนรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์ เพราะนางอยู่ในครอบครัวเกย์ นางกลัวโดนมองว่า ถ้าพ่อแม่เป็นเกย์ลูกก็ต้องเป็นเกย์ด้วย นางก็เลยปิดความลับสุดชีวิตคือพอเวลาเพื่อนมาถาม (จะมีเพื่อนบางคนรู้ว่าในรูปเป็นใคร) นางก็โบ้ยไปที่แฮนนาห์ว่าจริงๆ แฮนนาห์ชอบแซนด์วิช แฮนนาห์โกรธมาก นางด่าคอร์ทนีย์ว่ามึงไม่มีสิทธิ์จะมาพังชีวิตคนอื่นเพียงเพราะว่ามึงไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองเป็น ในตอนนี้จะมีเรื่องงานเต้นรำโรงเรียนที่แฮนนาห์ได้เต้นกับเคลย์และก็เห็นชัดๆ ว่า แฮนนาห์รู้สึกดีกับเคลย์ แต่ก็ต้องห่างกันเพราะเคลย์ก็ได้ยินเรื่องที่แฮนนาห์โดนใส่ไคล้ แฮนนาห์คิดว่าเคลย์คิดว่าแฮนนาห์ทำแบบนั้นจริง

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: พยายามปิดบังเรื่องเทปสุดชีวิต

6. มาร์คัส: ที่โรงเรียนมีกิจกรรมวาเลนไทน์เหรียญเดียว คือให้จ่าย 1 ดอลลาร์แล้วทำแบบสำรวจว่าตัวเองจะได้ผู้ชายคนไหน แฮนนาห์ก็ทำไปและนึกถึงเคลย์ แต่โพยของแฮนนาห์คืออันดับแรกไม่ใช่เคลย์ น่าจะเป็นไบรซ์ถ้าจำไม่ผิด แล้วแฮนนาห์ก็ได้โทรศัพท์จากมาร์คัส มาร์คัสบอกว่าแฮนนาห์อยู่ชื่อแรกในลิสต์และขอเดต แฮนนาห์ขอคิดก่อน แล้วแฮนนาห์ก็ไปเปรยๆ กับเคลย์ว่าจะไปดีมั้ย เคลย์ก็ดูโนสนโนแคร์จนแฮนนาห์แบบกูไปก็ได้วะ (แต่จริงๆ เคลย์ก็เล่นอีวาเลนไทน์เหรียญเดียวนะและคนแรกที่ได้ก็คือแฮนนาห์ นางก็ซึมๆ ไป) ต่อมาแฮนนาห์ไปร้านที่นัดกับมาร์คัสไว้ รอเป็น ชม ก็ไม่มา นางก็ตัดสินใจให้โอกาสว่าจะรอ จนมาร์คัสมาพร้อมแก๊งเด็กป๊อบ (มาร์คัสเป็นเด็กเรียนดี เป็นประธานนักเรียนด้วย) เหมือนมาร์คัสจะพูดกับเพื่อนว่า ถ้าทิ้งไว้ ชม แล้วยังรอ ก็ร่านแล้วแหละ ก็ชวนแฮนนาห์ไปซั่ม แฮนนาห์ไม่ไปผลักอีมาร์คัสออก มาร์คัสก็โกรธมากฟึดฟัดออกไป แล้วก็มีคนมาปลอบใจแฮนนาห์เป็นแก๊งเด็กป๊อบ ชื่อแซค

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: แรกสุดบอกเคลย์ว่าไม่ต้องฟังหรอกมันก็ฟังเทปไม่จบ (จริงๆ ฟังจบ) แล้วก็พยายามอุดปากอีเคลย์ไม่ให้พูดทุกทาง ทำกระทั่งเอากัญชาไปยัดใส่กระเป๋าเคลย์ แล้วแอ๊บไปบอกครูแนะแนวว่าเป็นห่วงเคลย์ แล้วก็พาคนไปค้นกระเป๋าจนเจอกัญชา อีเคลย์ก็โดนจับพักการเรียนไป (เลวจัง)

7. แซค: ก็เป็นคนมาปลอบใจแฮนนาห์ ยอมนั่งนิ่งๆ โดยที่โดนแฮนนาห์อิกนอร์เป็น ชม พออีกวันมาโรงเรียนก็มาตามจีบ แต่แฮนนาห์ไล่ดังลั่นโรงอาหารว่า leave me alone! อีแซคก็เก็บเอาไปอาฆาตด้วยการขโมยคำชมในถุงคำชม (ในคลาสอะไรซักอย่างจะมีถุงคำชมเขียนชื่อคนเอาไว้ อยากชมใครก็เอาคำชมใส่ไป แฮนนาห์จะได้กระดาษเขียนรูปกระต่ายน่ารักทักทายตลอด — วาดโดยอีเคลย์) ตอนแรกแฮนนาห์ก็ไม่รู้ว่าใครขโมยคำชมของนางไป ซักพักก็เดาว่าอีแซคนี่แหละน่าจะขโมย แฮนนาห์ก็เลยตัดสินใจทำเรื่องโง่ๆ (นางพูดเองในเทป) อีกครั้ง โดยการเขียนถึงแซคแล้วบอกความในใจว่าตัวเองเป็นอะไร รู้สึกยังไง และคำชมพวกนั้นมีค่ากะนางแค่ไหน แล้วเอาจดหมายถึงแซคไปใส่ในถุงคำชมตัวเอง แซคก็มาอ่านเจอ แล้วปาทิ้ง แฮนนาห์ก็เดินไปตะโกนเรียก “Zach, why me?”

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: แซคโดนอีเคลย์กรีดรถด้วยความแค้น เขียนว่า why me? นี่แหละ แม่แซคก็มาเคลียร์กับแม่อีเคลย์ แซคบอกเคลย์ว่าแซคไม่ได้ทิ้งจดหมาย และโชว์จดหมายที่ยังเก็บไว้ในกระเป๋าตังค์

8. ไรอัน: ณ บูธแนะนำคณะและมหาลัย พวกเด็กเก่ง (คอร์ทนีย์, มาร์คัส) ก็มีคณะให้เรียน ส่วนแฮนนาห์ก็เดินล่องลอยไร้จุดหมาย คะแนนก็ไม่มี เงินก็ไม่มี ไปล่องลอย ณ บูธแนะนำคณะที่จบไปเป็นบรรณารักษ์ ก็เจอบรรณารักษ์หนุ่มหนวดเฟี้ยวที่ผิดมาดของบรรณารักษ์ทั่วไป บรรณารักษ์คนนั้นชวนแฮนนาห์ไปเข้าชมรมกวี แต่งกลอนระบายความในใจ ซึ่งทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ แฮนนาห์ก็ไปเพื่อที่จะเจอว่าสมาชิกชมรมมีแต่พวกแก่ๆ ยกเว้นไรอันที่ทำนิตยสารโรงเรียน แฮนนาห์ไม่ค่อยชอบไรอันเพราะไรอันเคยตีพิมพ์ลิสต์ที่เขียนว่าแฮนนาห์ตูดสวย แต่สุดท้ายก็มาเป็นเพื่อนกันได้เพราะแฮนนาห์ประทับใจที่ไรอันแต่งกลอนและบรรยายออกมาได้ถึงใจถึงอารมณ์ แฮนนาห์อยากแต่งกลอนแบบนั้นได้ก็เลยให้ไรอันไปสอนที่บ้าน ไรอันก็สอนว่าต้องปล่อยความรู้สึกตัวเองออกมาอย่ากั๊ก แฮนนาห์เลยแต่งกลอนอีโรติกหน่อยๆ แต่ก็แสดงอารมณ์ตัวเองได้ดี ไรอันชอบกลอนนั้นมาก แล้วก็แอบฉีกกลอนนั้นจากสมุดแฮนนาห์ไปตีพิมพ์ลงในนิตยสารตัวเองจนคนพูดถึงทั้งโรงเรียน แฮนนาห์ไม่พอใจมาก แต่ไรอันคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด คิดว่าทำถูกด้วยซ้ำที่ตีแผ่ความเก่งกาจของแฮนนาห์ออกมา ตอนนี้น่าสงสารตรงที่มีฉากนึงเคลย์ก็อ่านกลอนนี้แล้วก็บอกแฮนนาห์ว่า เป็นกลอนที่ดีนะ คนเขียนมืดมนดีมาก ฉันชอบนะ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าจะเป็นเพื่อนกับเธอได้รึเปล่า (เคลย์ไม่รู้ว่าคนเขียนคือแฮนนาห์)

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำผิดอะไรขนาดนั้น จะแหกอะไรก็แหก

9., 10., 11. จัสติน, เชอรี่ เคลย์: แฮนนาห์ไปปาร์ตี้บ้านเจส ฉลองเปิดเทอมเกรด 10 (หรือ 11 วะ) แฮนนาห์ได้กลับมาคุยกับเคลย์อีกครั้ง จริงๆ แฮนนาห์มางานนี้เพราะเคลย์มา ก็คุยกัน ส่วนเจสก็คบจัสติน แฮนนาห์ก็เป็นห่วงและพยายามเตือนว่าอย่าลืมว่าจัสตินเคยทำอะไรกับนาง เจสก็ตอบกลับแนวๆ ชั้นดูแลตัวเองได้ เคลย์กับแฮนนาห์ก็สปาร์กกันอย่างพีก ก็เกือบไปมีอะไรกันในห้องนึงในบ้าน แฮนนาห์มีความสุขมากตอนจูบกับเคลย์ คือนางวาดฝันว่าชีวิตนางจะต้องออกมาดี จะต้องรู้สึกดีกับตัวเองมากกว่าเดิม แต่ไม่รู้ทำไมภาพการโดนบุลลี่ต่างๆ มันแวบเข้ามาในหัวเต็มไปหมดจนแฮนนาห์ปฏิเสธเคลย์ เคลย์พยายามถามว่าตัวเองทำอะไรผิด แฮนนาห์บอกไม่มีและขออยู่คนเดียว ไล่ไปสามครั้งเคลย์ถึงจะยอมไป แต่จริงๆ แฮนนาห์บอกในเทปว่าไม่ได้อยากให้เคลย์ไปเลย ไม่อยากเลย กลับมาที่แฮนนาห์ที่อยู่ในห้อง ซักพักประตูเปิด เจสกับจัสตินเข้ามานัวกันในห้อง เจสเมามาก จัสตินเลยออกไปหาน้ำให้กิน ประตูเปิดอีกครั้งแต่คนที่เข้ามาไม่ใช่จัสติน แต่เป็นไบรซ์ที่เข้ามาข่มขืนเจส แฮนนาห์ที่ซ่อนอยู่ในตู้ก็กลัวมาก จัสตินพยายามจะมาห้ามไบรซ์แต่ไบรซ์บอกอย่ายุ่งแค่สนุกๆ กัน จัสตินก็ออกไป ไบรซ์ก็ข่มขืนเจสสำเร็จ กลับมาที่เคลย์ เคลย์จะเดินกลับบ้านเพราะอารมณ์ก็ยังพลุ่งพล่านในใจ เจฟ (เจฟคือเด็กเด่นๆ เคลย์ช่วยดูการบ้านให้เจฟ เจฟก็คอยช่วยดูเรื่องหญิงให้เคลย์ เจฟรู้ว่าเคลย์ชอบแฮนนาห์ เลยพยายามยุเคลย์ในหลายสถานการณ์ เช่น ยุให้เคลย์ขอแฮนนาห์เต้นรำ ยุให้เคลย์มาปาร์ตี้ครั้งนี้) เจฟก็บอกว่าจะออกไปซื้อเบียร์ เจฟบอกตัวเองไม่เมาเพราะกินเบียร์ไปไม่เยอะ ส่วนแฮนนาห์ออกมาในสภาพเมาๆ ช็อกๆ เชอรี่ก็ชวนกลับบ้าน เชอรี่จะขับไปส่ง เชอรี่ขับไปแล้วมีจังหวะนึงไปชนป้าย stop คว่ำ เชอรี่ไม่ยอมแจ้งตำรวจเพราะกลัว แฮนนาห์ก็บอกว่าไม่ได้สิเราไม่ควรหนีในสิ่งที่ตัวเองทำ เชอรี่ไม่ยอมก็ขับหนีไปแล้วทิ้งแฮนนาห์ไว้ แฮนนาห์ก็โทรไปแจ้งตำรวจเรื่องป้าย ตำรวจบอกว่ามีคนโทรมาแจ้งแล้ว สรุปคือเจฟตายตรง intersection นั้น น่าจะเพราะป้าย stop หาย เลยทำให้เกิดอุบัติเหตุ ส่วนเคลย์ แฮนนาห์บอกว่าจริงๆ เคลย์ไม่ควรมาอยู่ในเทป แต่ต้องอยู่เพราะไม่งั้นเรื่องจะไม่สมบูรณ์และเคลย์จะไม่เข้าใจว่าแฮนนาห์เจออะไรมา

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: จัสตินก็ตามที่บอก เชอรี่ไม่อยากให้เคลย์ฟังถึงตอนตัวเองเพราะเชอรี่ชอบเคลย์ กลัวเคลย์จะเกลียด เชอรี่พยายามชดใช้เรื่องอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วยการไปคุยกับเหยื่ออุบัติเหตุ คอยช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ส่วนเคลย์ก็คือเสียใจจนเห็นภาพหลอน เสียใจมากเพราะรักแฮนนาห์มาก อยากบอกรักแฮนนาห์ ถ้าย้อนเวลาไปได้ตอนที่แฮนนาห์ไล่ไป ตัวเองจะไม่ไป จะบอกว่าจริงๆ แล้วรักแฮนนาห์แค่ไหน แต่แฮนนาห์ก็พูดขึ้นมาในมโนของเคลย์ว่า คำพูดพวกนี้ ทำไมถึงไม่บอกฉัน ตอนฉันยังมีชีวิต? แล้วเรื่องราวก็เริ่มพีกขึ้นเพราะเจสเริ่มจำได้ว่าจริงๆ ตัวเองโดนข่มขืนไม่ได้สมยอมกับแฟน เจสก็เลยบีบให้จัสตินพูดถึงเรื่องที่เกิดกับตัวเอง ณ วันนั้น ด้วยการพยายามไปยั่วไบรซ์ จัสตินก็เลยโมโหแล้วพูดออกมาจริงๆ ว่าไม่อยากให้ไปเข้าใกล้ไบรซ์เพราะไบรซ์ข่มขืนเจส ทุกคนก็ช็อก เจสก็โกรธจัสตินมาก จัสตินบอกว่าที่ปกป้องไบรซ์เพราะไบรซ์ดีกับตัวเองมาก (บ้านจัสตินคือแม่ชอบมีผัวใหม่ที่สร้างเรื่องตลอดเวลา วันไหนสร้างเรื่องจัสตินก็ต้องไปนอนบ้านไบรซ์)

12. ไบรซ์: พ่อกับแม่แฮนนาห์มีปัญหาเพราะบ้านเปิดร้านเหมือนร้านโชห่วย แต่ดันมีซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ยักษ์มาเปิดที่บ้าน มีปัญหาเรื่องหนี้สิน แม่แฮนนาห์ก็เตรียมไปเจรจา แต่มีเงินที่ต้องไปฝากธนาคารก็ให้แฮนนาห์เอาไปฝากให้ แฮนนาห์กลับทำเงินหายระหว่างทาง พ่อแม่ก็ดุแฮนนาห์ แฮนนาห์ก็เสียใจและรู้สึกไร้ประโยชน์ กลางคืนนอนไม่หลับก็เลยเดินออกไปเรื่อยๆ ไปจนถึงย่านบ้านคนรวยคือบ้านไบรซ์ซึ่งกำลังมีปาร์ตี้ แฮนนาห์เดินเข้าไป เจอจัสตินกับเจส แซคและแฟน อยู่ในบ่อน้ำร้อน ทุกคนชวนแฮนนาห์แช่น้ำ แฮนนาห์บอกตัวเองไม่มีชุดว่ายน้ำ ทุกคนก็บอกให้แช่ทั้งชุดชั้นใน แฮนนาห์ก็แช่ ณ โมเมนต์ที่แช่ก็รู้สึกสงบ ต่อมา แต่ละคู่เริ่มลุกออกไปจากบ่อเหลือแฮนนาห์คนเดียว ซักพักไบรซ์ก็เข้ามาในบ่อ และไบรซ์ก็ข่มขืนแฮนนาห์ แฮนนาห์กลับบ้านด้วยความรู้สึกใจสลายสุดขีด และก็เริ่มเอากระดาษมาวาง และเขียนชื่อต่างๆ ลงไป และเริ่มได้แผนผังแล้วว่า ใครบ้างที่ทำให้ชีวิตนางพังได้ถึงขนาดนี้

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: น่าจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ฟัง แต่เคลย์ไปบ้านไบรซ์ตอนแรกไปล่อซื้อกัญชา ต่อมาก็พยายามถามว่าไบรซ์ข่มขืนแฮนนาห์หรือเปล่า ตอนแรกไบรซ์ก็อัดเคลย์ไม่เลี้ยง ต่อมาก็พูดมาประโยคนึงว่า จะเรียกว่าข่มขืนก็เรียกไป เคลย์อัดเทปนั้นไว้ แล้วเขียนเป็นเทปหน้า 14

13. ครูพอร์เตอร์: รู้สึกว่าแฮนนาห์จริงๆ ตั้งใจจะตายตั้งแต่ 12 reasons แล้ว คือนางบอกว่า จัสติน เจส ทำให้นางใจสลาย ที่เหลือทำลายชื่อเสียงนาง ไบรซ์ ทำลายจิตวิญญาณของนาง นางอัดเทปแล้วก็พูดๆๆ ไปจนครบหน้าที่ 12 นางรู้สึกเหมือน ได้รับการปลดปล่อยอะไรซักอย่าง นางก็เลยตัดสินใจที่จะให้โอกาสชีวิตตัวเองอีกครั้ง แต่ว่านางรู้ว่านางทำคนเดียวไม่ได้แน่ๆ นางเลยไปหาครูพอร์เตอร์ ผู้ซึ่งเป็นครูแนะแนวของโรงเรียน นางก็พยายามจะบอกว่า ตอนนี้นางอยากหยุด นางไม่รู้สึกอะไร แม้กระทั่งครอบครัวก็ไม่แคร์ แล้วนางก็เพิ่งโดนมีความสัมพันธ์แบบไม่เต็มใจมา ครูก็ถามว่า ตอนนั้นได้พยายามห้ามมั้ย ได้บอกว่าหยุดมั้ย นางบอกไม่ได้ทำ (แต่ตอนฉากนั้นก็จะเห็นว่าจริงๆ นางไม่เต็มใจ นางพูดแค่ว่า please… แต่ไม่ได้บอกว่า please stop แหละ แต่แววตา อวัจนภาษา มันสื่อถึงความไม่ยินยอม) ครูก็ถามต่อว่า จะบอกชื่อมั้ยว่าใครทำ นางถามว่า แล้วครูรับประกันได้มั้ยว่าถ้าบอกชื่อ คนนั้นจะโดนเข้าคุก ครูบอกรับประกันไม่ได้ แต่สัญญาว่านางจะปลอดภัยตลอดกระบวนการ นางก็ไม่บอก ครูก็บอกว่า โอเคถ้าไม่บอก ก็เหลือทางเดียวคือ ปล่อยไป นางก็แบบ โอเค ปล่อยก็ปล่อย นางก็เดินออกจากห้อง นางบอกในเทปว่า นางก็ว่านางพูดชัดแล้วนะ แล้วนางก็หวังว่าครูจะตามมา สรุป ครูไม่ตามมา นางก็กลับไปจัดการธุระ เอาเทปชุดนึงไปไปรษณีย์ เอาเทปชุดนึงไปบ้านโทนี่ เอายูนิฟอร์มทำงานโรงหนังไปวางคืน แล้วก็กลับมา เปลี่ยนชุดเก่าๆ นั่งในอ่าง เปิดน้ำจนเต็ม แล้วก็ทำการกรีดข้อมือตาย

ปฏิกริยาของเรื่องเทป: น้ำตาไหลแต่ก็บอกไม่ได้ว่าครูเสียใจหรือไม่เสียใจ เคลย์ส่งต่อเทปทั้งหมดให้ครูแล้วก็บอกด้วยว่ามีหน้า 14 ที่เป็นคำสารภาพของไบรซ์ แล้วก็ขึ้นอยู่กับครูว่าจะทำไงต่อไป

เหตุการณ์ปัจจุบันที่ตัดสลับกับอดีต คือเคลย์ก็ฟังแล้วคลุ้มคลั่งขึ้นเรื่อยๆ บางทีก็เห็นภาพหลอน ทุรนทุรายกับความรู้สึกผิด อย่างบางเทปที่ฟังก็ทนไม่ได้จนหาทางไปล้างแค้นแบบเคลย์ๆ เช่น ถ่ายรูปก้นไทเลอร์ส่งให้คนทั้งโรงเรียน ลากคอร์ทนีย์มาที่หลุมฝังศพแฮนนาห์ ทำหน้า 14 ที่ไปอัดเสียงไบรซ์ ไปถามหาเรื่องราวเพิ่มเติมกับเกือบทุกคน และไปอธิบายว่าแฮนนาห์ตายยังไงเป็นฉากๆ ให้ครูพอร์เตอร์ฟัง เคลย์จะมีคนปลอบใจคนนึงเป็นเพื่อนเคลย์ชื่อโทนี่ และเป็นคนเดียวที่แฮนนาห์เอาเทปไปฝาก โทนี่อาจจะช่วยเคลย์เพราะรู้สึกผิดที่ตัวเองได้เทปแฮนนาห์แต่ไปช่วยแฮนนาห์ไม่ทัน และตัวเองก็เป็นเพื่อนเคลย์ด้วย ในขณะเดียวกันหลังแฮนนาห์ตาย พ่อแม่แฮนนาห์ก็ยื่นฟ้องโรงเรียนข้อหาเพิกเฉยการบุลลี่ในโรงเรียนจนทำให้ลูกตัวเองตาย โรงเรียนก็พยายามสู้คดีกลับด้วยการให้แม่เคลย์มาเป็นทนายความ ตอนแรกพ่อแม่แฮนนาห์หาหลักฐานที่ลูกโดนแกล้งตรงๆ ไม่เจอเลย จนได้หลักฐานมาเรื่อยๆ เช่น นิตยสารที่ตีพิมพ์กลอนของแฮนนาห์ (ได้หลักฐานมาจากเคลย์) และได้รายชื่อที่แฮนนาห์วงไว้เป็นแผนผังจนทำให้ทนายเรียกทั้ง 12 คนไปคุย ไทเลอร์เป็นคนปูดเรื่องเทป เจสสิกาบอกว่าตัวเองไม่รู้เรื่องเรื่องเทป และตัดสินใจบอกเรื่องตัวเองโดนข่มขืนกับพ่อ ส่วนพวกที่เหลือก็มียอมรับบ้าง ไม่ยอมรับบ้าง อเล็กซ์ยิงตัวตายอาการสาหัส ส่วนไทเลอร์ก็มีฉากนึงทำให้เห็นว่าไทเลอร์ซุกซ่อนอาวุธสงครามไว้ในห้องตัวเองเป็นจำนวนมาก

ความรู้สึกหลังดูจบ
เข้าใจแฮนนาห์ในหลายๆ เรื่อง เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น จริงๆ บางเรื่อง บางจุด ก็วัดความละเอียดอ่อนของคนดูได้นะ บางคนที่ไม่ได้คิดอะไรมากกับชีวิตก็อาจจะไม่แคร์ถ้าใครจะมาล้ออะไร หรือไม่แคร์ถ้าจะเลิกคบใครไปสักคน แต่ยังไงกะคนที่เรารักเราแคร์ถ้าทำร้ายเราเราก็คงจะเจ็บแหละ แต่ก็ไม่ได้เข้าข้างแฮนนาห์ทุกเรื่องเพราะก็มีบางเรื่องที่ชีก็ทำไม่ถูกเช่น ผลักไสเคลย์ทำไมทั้งๆ ที่รักเค้า ในเมื่อ ณ จุดนั้นต้องการใครซักคนก็ควรจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกมุมนึงในจิตใจตัวเอง แล้วก็รู้ว่าไบรซ์นิสัยเหี้ยก็ยังจะไปเข้าปาร์ตี้บ้านเค้า รวมถึงถ้าชีวิตไม่ไหวแล้วจริงๆ การพึ่งครูแนะแนวมันก็ไม่ควรรึเปล่านะ แต่คือนางก็แค่เด็กมัธยมอายุ 18 ยังไงช่วงเวลานั้นคนเรางี่เง่าทำผิดกันได้ตลอดแหละ อีกอย่าง โรงเรียนและครูควรเน้นสอนเรื่องการแกล้งเพื่อนด้วยเนอะว่า จริงๆ คำพูดมันก็ทำให้คนฟังเจ็บได้ (นึกถึงตอนเด็กเลยคือเราเป็นทั้งคนบุลลี่คนอื่นและก็โดนคนอื่นบุลลี่ แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้ทำแบบตั้งใจแล้ว หมายถึง ถ้าไม่ตั้งใจก็อาจจะเผลอได้ งือ) ก็เป็นซีรีส์ที่ดูสนุกดีนะ แต่ฉากข่มขืนกับฆ่าตัวตายนี่โหดไปนิส

Permalink

ฉลาดเกมส์โกง (สปอยล์)

มีความตั้งใจว่าหลังจากไปดูหนังจะกลับมาเก็บว่าหนังเหล่านั้นคือ what where when who why how เพราะถ้าแม่งมีภาคต่อจะได้กลับมาดูว่าตอนเก่าคืออะไรแล้ววะ อะไรงี้

เริ่มที่เรื่องนี้ละกัน (สปอยล์นะเห้ย)

ตอนดูเทรลเลอร์คนดูคงมีความอยากลุ้นว่าจะจบยังไง เรื่องย่อคือโกงข้อสอบ โกงในโรงเรียน แล้วไปสร้างมิชชั่น โกงข้อสอบอินเตอร์ STIC (คงได้แรงบันดาลใจมาจาก SAT ที่แต่ก่อนจะข้อสอบเหมือนกันทั่วโลก สอบพร้อมกัน แต่คนละไทม์โซน ตัวเอกสองคนเลยไปสอบที่ออสเพื่อส่งคำตอบมาให้เพื่อนที่ไทย)

สิ่งที่เกิดในหนังก็คือภาพเปิดมาก็คือเหมือนตัวเอกโดนจับ (ในเรื่องนี้ไม่มีพระเอกนางเอก) ตัดสับไปเรื่อยๆ ระหว่างฉากเหมือนให้การรับสารภาพของ ลิน แบงค์ พัฒน์ เกรซ แล้วก็ปูเรื่องชีวิตแต่ละคน ว่าลินมาโรงเรียนกรุงเทพพัฒนาเพราะโรงเรียนนี้มีทุนการศึกษาเยอะ ลินเป็นเด็กเรียนเก่ง และตอนถ่ายรูปนักเรียน เกรซที่เป็นเด็กกิจกรรมก็เข้ามาช่วยจัดหน้าผม นางก็เลยเป็นเพื่อนกัน เกรซมีแววจะสอบไม่ผ่าน 3.25 ซึ่งจะทำให้นางไม่ได้เล่นละครเวที นางพยายามจะเรียนพิเศษแล้วแต่ก็ไม่เข้าหัวอยู่ดี ลินก็เลยสอนให้เพราะพอใจที่เกรซทรีตว่านางคือครูพี่ลิน ต่อมาถึงฉากสอบเลข ลินเปิดข้อสอบก็เอะใจว่าทำไมข้อสอบมันเหมือนกับชีตที่เกรซมันติวมาเลยวะ จังหวะนั้นครูก็พูดขึ้นมาแล้วทำนองว่าช่วยไม่ได้นะไม่ได้เรียนกับครู ก็อดรู้ข้อสอบไป นี่อาจจะเป็นจุดแรกทีลินไม่พอใจเรื่องความไม่เท่าเทียม นางก็เลยส่งคำตอบให้เกรซลอกแม่งผ่านรองเท้า แล้วเกรซก็ส่งรองเท้าตัวเองมาให้นางใส่

ภาพก็ตัดไปที่ พวกนางดีใจกับเกรด เกรซได้ 3.75 มั้ง ลินได้ 4.00 เกรซชวนลินไปฉลองบ้านพัฒน์ (พัฒน์เป็นแฟนเกรซ) พัฒน์ก็บอกว่าอยากมีเพื่อนสนิทที่ส่งคำตอบให้บ้าง แล้วก็ยื่นข้อเสนอว่า จะให้เงิน 3,000 ต่อวิชา ต่อเทอม เทอมนึงมี 13 วิชา มีเพื่อน 5 คนที่ต้องการคำตอบ ลินก็จะได้เงิน 234,000 พัฒน์บอกว่า เอาให้คุ้มค่าแป๊ะเจี๊ยะที่เสียไป ลินบอกนางไม่ต้องจ่ายเพราะนางได้ทุน พัฒน์ทำหน้าแบบ โนๆๆๆ ค่าใช้สถานที่ก็คนละเรื่อง ลินก็เลยไปดูที่บ้าน พบว่าต้องจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะไปสองแสน เป็นอีกจุดที่ทำให้นางโกรธโรงเรียนอีกครั้ง นางก็รับเงินและส่งคำตอบให้เพื่อน ด้วยการใช้โน้ตเปียโนแทน ก ข ค ง

ต่อมารู้จักไปสามตัวละครละ เหลือตัวละครอีกตัวคือแบงค์ ก็จะมีฉากโชว์ความเก่งกาจของแบงค์ ที่ไปแข่งรายการอะไรกะลินไม่รู้ ลืมชื่อรายการ แต่มีไทยประกันเป็นสปอนเซอร์ แบงค์โชว์ความฉลาดจำค่าพายได้เป็นพรืด ผอ โรงเรียนก็ตะลึงว่าหารค่าพายยังไงได้เร็วขนาดนั้น แบงค์บอกว่า ผมไม่ได้หาร ผมจำ แล้ว ผอ ก็เรียกแบงค์กับลินมาเพื่อบอกว่าจะมีทุนสิงคโปร์เป็นทุนให้เปล่า ทั้งโรงเรียนก็มีสองคนนี้แหละที่เหมาะ แต่ว่าจะมีทุนเดียว หนังก็จะบอกเราว่า แบงค์กับลินไม่ถูกกัน เป็นคู่แข่งกัน และแบงค์คือบ้านจน ทำร้านซักผ้าแต่เครื่องซักผ้าเสีย มีแม่ต้องเอาผ้าลูกค้ามาซักมือทั้งๆ ที่มือเปื่อย แบงค์ก็ไปช่วยแม่ แล้วก็คว้าหนังสือคณิตมาวางเปรี้ยงเหมือนแบบมุ่งมั่นกับทุนนี้มาก

ในส่วนการแจกคำตอบแลกเงินของลินก็ไปได้ด้วยดี มีลูกค้าเพิ่มเรื่อยๆ ใช้โค้ดลับว่าครูพี่ลินสอนเปียโน แต่ก็มีอีโง่ตัวนึงคือไอ้โต้งที่จำโค้ดเปียโนไม่ได้ นางก็มาขอแบงค์ลอกคำตอบในข้อสอบไฟนอล แบงค์ไม่ให้ลอก โต้งก็หลุดมาว่าจะให้เงิน เพราะมันพยายามแล้วแต่มันจำโค้ดเปียโนไม่ได้จริงๆ (สุดโง่เลยห่า) แต่แบงค์ยังไม่เอะใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในห้องสอบไฟนอลที่สอบรวมกันทุกห้อง ความบรรลัยเกิดเมื่อข้อสอบมีสองชุด ลินได้ชุดแรก มีเพื่อนหลายคนได้ชุดสอง โต้งผู้ชีวิตกูจะมอดไหม้แล้วและซ่อนพิรุธห่าอะไรไม่ได้เลยก็หันมามองลินตลอดเวลาจนแบงค์ที่นั่งด้านหลังเกิดความสงสัย แบงค์ทำข้อสอบเสร็จแล้วกำลังจะไปส่ง แต่แกล้งทำข้อสอบตกแล้วก้มลงแล้วส่งซิกให้ลินดูข้อความในข้อสอบว่า ระวังโต้งลอก ลินก็ยิ้มให้ หลังจากนั้นลินก็ทำข้อสอบตัวเองเสร็จ บอกคำตอบเพื่อนละ แล้วสลับข้อสอบกับโต้ง แล้วทำข้อสอบชุดที่สอง แล้วก็ใช้อีโน้ตเปียโนเคาะตึ๊กๆๆๆ เพื่อนก็เคาะตามตึ๊กๆๆๆ ส่งโพยกันจนหมดเวลา (มึงเคาะโต๊ะกันทั้งเรื่องครูก็ไม่รู้เลยเนอะ) ออกมาปุ๊บลินกับโต้งโดนเรียก เพราะอีแบงค์เอาเรื่องไปบอก ผอ ครูคุมสอบก็บอกว่าเค้าลอกกันไม่ได้หรอกครับเพราะข้อสอบคนละชุด แต่ ผอ นางก็ฉลาด ตอนแรกนางเรียกโต้งไว้คนเดียว น่าจะให้โต้งบอกให้ได้ว่าข้อนี้ตอบอะไร ไปๆ มาๆ เอะใจ เพราะกระดาษทดลินมีโจทย์ของข้อสอบอีกชุด ทุกอย่างก็โป๊ะว่าลินให้เพื่อนลอก อีแบงค์ผู้เป็นฆ้องปากแตกอีกแล้ว ก็บอกว่า ลินน่าจะทำแลกเงินสามพัน ผอ ก็โกรธมาก เกือบจะไล่ลินออก และตัดสิทธิ์เด็กทุน ตัดสิทธิ์ทุนไปสิงคโปร์ แบงค์ผู้ปากโป้งแล้วก็ค่อยมา อุ๊ย โทษหนักไปป่าวครับครู จริงๆ ให้สอบอีกรอบก็น่าจะจบ ลินก็โกรธบวกเสียใจเพราะนางคิดว่านางไม่ได้ทำอะไรผิด ที ผอ ยังแดกแป๊ะเจี๊ยะเลย ผอ ก็แบบ นั่นมันค่าบำรุงรักษา!! ส่วนพ่อก็กลับมาแบบ เห็นเลขเงินในบัญชีลินก็รู้ละว่าลูกทำอะไร นางก็เสียใจและนางก็บอกว่า ลินไม่ต้องไปเรียนเมืองนอกละ ให้อยู่กับพ่อนี่แหละ พ่อจะขายรถมาจ่ายค่าเทอม และพ่อก็ถอดเสื้อแพงๆ ที่ลินซิ้อให้ทิ้ง และสั่งลินให้เอาเงินไปคืนเพื่อน

ต่อมาลินโดนเกรซเรียกไปหา ลินถามว่าเกรซเอาตัวรอดอีกปีนึงได้ใช่มั้ย เกรซบอกว่าเกรซกับพัฒน์มีเรื่องเครียดกว่านั้นเพราะพ่อพัฒน์จะให้พัฒน์ไปเรียนบอสตัน โดยที่ต้องเอาคะแนน STIC ไปใช้ยื่นสมัคร จะให้ลินช่วยเรื่องคำตอบอีกครั้ง ลินบอกว่าลินจะไม่ช่วยและเอาหนังสือเตรียมสอบไปคืนพัฒน์ ไปๆ มาๆ เสือกบรรลุได้จากนาฬิกาแต่ละประเทศที่ระบุคนละเวลา ลินเลยได้ไอเดียว่า จะไปสอบที่ซิดนีย์ แล้วเอาคำตอบมาให้พวกพัฒน์และเกรซ แต่ต้องหาลูกค้ามาให้เพิ่มด้วยไม่งั้นไม่คุ้ม อีโต้งก็บอกว่าสบายมากเพราะว่ามีเพื่อนในกลุ่ม STIC อีกเกือบสามสิบคน แล้วก็มีฉากกล่อมเกลาเพื่อนโดยอีพัฒน์ที่แต่งตัวเหมือนสตีฟจ๊อบส์ มาพูดว่าจะโกงด้วยการให้คำตอบผ่านบาร์โค้ดที่ติดที่ดินสอ และในส่วนข้อสอบ essay ก็จะจำคีย์เวิร์ดมาให้ ลินวางแผนว่าจะจำข้อสอบในส่วนกาคำตอบออกมา แต่ลินจะจำได้แค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งลินอยากจะพึ่งพาความสามารถแบงค์ แต่อีแบงค์ไม่ทำหรอก ตัดภาพมาที่แบงค์ที่กำลังไปส่งผ้า และคุยกับแม่ว่าจะไม่รับซักผ้าเจ้านึงเพราะพรุ่งนี้มีสอบทุนแปดโมง ระหว่างที่คุยแบงค์ก็โดนคนมาหาเรื่องว่าแบงค์ขับรถไปเฉี่ยวกระจกเค้า และโดนกระทืบหนักมาก และตื่นมาในกองขยะ และไปสอบไม่ทัน กลับมาที่ตรงลินอยากจะพึ่งพาความสามารถแบงค์ พัฒน์ก็บอกปนหัวเราะว่าแบงค์อาจจะทำเพราะไม่ได้ไปสอบทุน ลินก็มาคุยกับแบงค์ ตอนแรกแบงค์จะไม่ทำ แบงค์บอกว่าลินโกง ลินบอกลินไม่ได้โกง ถ้าโกงต้องมีคนเสียผลประโยชน์ แต่นางได้เงิน เพื่อนได้คำตอบ วินวิน แบงค์บอกจะยังไงก็เรียกว่าโกง ลินบอกว่า ก็อาจจะใช่ว่าโกง แต่แกเห็นมั้ยว่าถึงแม้ว่าแกจะไม่ได้โกง แต่ชีวิตแม่งก็โกงแกอยู่ดี และทิ้งนามบัตรบ้านเกรซเอาไว้ (อีสัสพวกแม่งกำลังจะทำภารกิจโกง แต่บ้านอีเกรซดันชื่อโรงพิมพ์ซื่อตรง) แล้วก็บอกว่าถ้าแบงค์สนใจก็ให้มาเจอกัน

สรุปว่าแบงค์มาและลินก็ดีลว่าให้แบงค์ได้เงินล้านนึงถ้าช่วยพวกนาง แต่ลินกับพัฒน์เกรซได้คนละสองล้าน ก็มีการเตรียมการ การฝึกสอบ คึอจะมีสอบพาร์ตแรก พักสิบนาที สอบพาร์ตสอง พักสิบนาที สอบพาร์ตสาม สี่ grid-in อะไรซักอย่าง แล้วก็ essay ลินกับแบงค์จะเตรียมการด้วยการเอามือถือไปซ่อนในชักโครกห้องน้ำ แล้วพอเบรกสอบก็จะรีบเข้าห้องน้ำไปส่งคำตอบ อะไรงี้ วันสุดท้ายที่จะต้องเดินทางไปซิดนีย์ ลินนัดเจอกับสามคนที่เหลือเพื่อเตี๊ยมว่า ในกรณีที่ถูกจับจะทำยังไง (จึงเป็นที่มาของภาพตัดสลับที่บอกว่ามีสี่คนมาให้การ คือจริงๆ ยังไม่รู้ผลหัวก้อย) ลินสมมติสถานการณ์ที่ลินเป็นคนโดนจับได้แล้วให้ทุกคนตอบ ทีนี้ถ้าแบงค์ถูกจับจะยังไง พัฒน์บอกว่าก็ง่ายมาก พัฒน์ก็จะพูดว่า ไม่ได้รู้จักแบงค์ ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน นิสัยก็ประหลาด เพื่อนก็ไม่คบ ปากก็หมากวนตีนคนอื่นจนโดนซ้อมแล้วเอาไปทิ้งที่กองขยะ อีแบงค์ก็ของขึ้นกระโดดขึ้นโต๊ะแล้วต่อยอีพัฒน์รัวๆ ทุกคนก็ตกใจ แบงค์ก็ตะโกนด้วยความโกรธแค้นว่า “กู! ไม่! เคย! บอก! ใคร! ว่า! กู! ตื่น! มา! ใน! กองขยะ!!” นี่แผนการพวกมึงใช่มั้ย มึงรู้มั้ยว่ากูหวังกับทุนมากเพราะกูอยากทำให้แม่สบาย อะไรประมาณนี้ เป็นฉากที่ดีนะ พอลินรู้ก็ตกใจ แบงค์ก็ออกจากห้องไปด้วยความโกรธ ลินก็ไม่อยากรับภารกิจนี้แล้ว สรุปว่าพัฒน์จ้างคนไปซ้อมแบงค์เพราะลินบอกว่าจะใช้แบงค์ ส่วนเกรซก็รู้แต่ก็ยังทำหน้าแบ๊วบอกลินว่า จะยังไงก็ได้แต่อย่าโกรธเรานะ ภารกิจเหมือนจะเลิก สรุปแบงค์ไม่เลิกแบงค์จะไปสอบ แบงค์อยากได้เงิน ลินกลับไม่อยากไปแล้ว แบงค์ก็บอกว่า นี่เราไม่ได้ขอร้อง และแกไม่รู้สึกบ้างเหรอว่าแกก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ สรุปพวกนางก็ไปสอบ ก่อนสอบก็มีไปถ่ายเซลฟี่กัน แบงค์ก็ขอโทษที่ตอนต่อยกับพัฒน์ทำลินโดนลูกหลงจมูกเลือดออก ลินก็บอกไม่เป็นไร

บรรยากาศหลังจากนี้จะเร่งเร้าๆ เพราะสอบ แล้วก็ต้องจำข้อสอบ มันก็ท่องกันในห้องพึมๆๆๆ นั่นแหละ พอพักปุ๊บ ลินก็วิ่งไปส่งคำตอบ แบงค์ก็แซงคิวฝรั่งไปห้องที่ซ่อนมือถือ ขนะกำลังพิมพ์โพย แบงค์ก็หยุด แล้วแบงค์ก็บอกว่า ต้องการเงินเพิ่มอีกล้าน ทุกคนตกใจ ลินบอกว่าตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอเรื่องเงิน แบงค์บอกว่า ล้านแรกค่าสอบ ล้านสองค่าโดนกระทืบ ถ้าไม่โอนในห้านาที จะไม่ส่งโพย พัฒน์โกรธมากแต่ก็ยอมโอนไปเกือบๆ ห้าแสน สรุปพาร์ตแรกก็ได้โพยครบ พวกเกรซแบงค์ก็เอาคำตอบมาพิมพ์ลงบาร์โค้ดมาแปะดินสอ ต่อมา พาร์ตสอง เริ่มไม่โชคดีเพราะว่า ลินเข้าห้องน้ำที่ซ่อนมือถือไม่ทัน ส่วนแบงค์ขณะกำลังส่งโพย ก็มีคนคุมสอบมาเคาะจึ๊กๆๆ บอกว่ามีคนมาบอกว่าคุณนั่งนานเกินไป แบงค์ก็ลน ขณะกำลังจะลุกนางก็ทำอีฝาชักโครกตกแตก ไม่มีที่ซ่อนมือถือ นางก็พยายามหักมือถือทิ้งลงชักโครก มือถือหักไม่ลงอีก ก็โดนจับไป ลินเห็นเหตุการณ์ก็รู้สึกว่าซวยละ ลินเองก็โดนเคาะห้องน้ำเหมือนกันเพราะคนคุมสอบมาบอกว่ากำลังจะถึงเวลาสอบพาร์ตต่อไปแล้ว ลินเอามือถือซ่อนในรองเท้า แต่ทุกคนโดนตรวจร่างกายก่อนเข้าห้องสอบ ลินก็ทำท่าไปกินน้ำที่แทงก์น้ำ แล้วเอามือถือซ่อนตรงที่วางแก้ว สอบพาร์ตสามลินเริ่มรวนเพราะแบงค์ไม่อยู่ โพยเก่าก็ยังไม่ส่ง ข้อสอบใหม่ก็ต้องทำ ลินก็เริ่มจดโพยที่จำได้ก่อนแล้วทำข้อสอบใหม่ ทีนี้จะจำชุดข้อมูลทั้งหมดยังไง ลินก็จำเป็นเพลงโน้ตเปียโนแทน (อ้าวมึงก็ทำคนเดียวได้นี่หว่า) ต่อมาพาร์ต essay นางก็จำเป็นคีย์เวิร์ด ทีนี้ตอนแรกเตี๊ยมกันไว้ว่าแบงค์จะจำ essay แต่ไม่เขียนคำตอบพาร์ต essay แบงค์บอกตัวเองแกล้งป่วยได้ด้วยการอ้วก แต่แบงค์โดนจับไปแล้ว ลินก็เลยเอาดินสอมาล้วงคอ ล้วงๆๆๆ ล้วงจนอ้วกสำเร็จ แล้วก็บอกคนคุมสอบว่า ป่วย ขอกลับบ้าน แล้วออกมา แล้วรีบเอามือถือแล้วพยายามจะหนีออกจากสถานสอบ อีคนคุมสอบผู้ชายไม่รู้ไปได้ซิกแนลอะไรก็พยายามจับลินแบบเอาเป็นเอาตายสัสๆ ตามมาถึงสถานีรถไฟ ลินก็พยายามส่งคำตอบมาไทยเรื่อยๆ ในขณะที่ฝั่งไทยคือเกรซพัฒน์เริ่มลนเพราะใกล้ถึงเวลาไปสอบแล้ว (พวกนางและเพื่อนต้องออกจากที่นัดหมายตอนเจ็ดครึ่งและใช้วินมอไซที่จ้างมา) แล้วพ่อลินก็มาตามหาลินที่บ้านเกรซอีกเพราะติดต่อลินไม่ได้ เกรซพัฒน์ก็โกหกไปว่าลินกับแบงค์เป็นแฟนกันหนีกันไปเที่ยวกลัวพ่อจะไม่เข้าใจ พ่อก็เลยยอมจากไปแล้วพอดีกับว่าลินส่งคำตอบมาจนครบ (อีลินก็สู้มากคือส่งคำตอบไปพลางหนีอีคนคุมสอบไปพลาง) สรุปหนีไม่รอดละโดนจับได้แต่แกล้งอ้วกอีกรอบได้สำเร็จ อีคนคุมสอบก็จับลินกลับไป เจอคนสถานทูตไทยบอกว่าเนี่ยมีคนโกงข้อสอบ กำลังจะไปเคลียร์ พบว่าอีแบงค์ก็โดนจับได้ในห้อง ลินก็ดูรูปที่พวกนางเซลฟี่กัน กำลังจะลบ แต่ก็เปลี่ยนใจไม่ลบ ลินก็เคาะประตูห้องที่แบงค์อยู่ไปเหมือนจะไปทำอะไรซักอย่าง เหมือนจะไปร่วมสารภาพ แบงค์ก็ยิ้มให้แล้วส่งสายตา ลินก็ออกมาแล้วปล่อยแบงค์โดนจับ ทำหน้าเสียใจ แล้วก็ลบรูปเซลฟี่ทิ้ง

ลินกลับมาไทย เกรซพัฒน์มาต้อนรับด้วยความยินดี แต่ลินไม่ยินดีด้วย เกรซพัฒน์พยายามตื๊อให้ลินไปบอสตันกับพวกนาง ลินก็บอกว่ารู้ใช่มั้ยว่าตอนเรียนมหาลัยข้อสอบมันไม่ใช่ชอยส์แล้ว เราช่วยพวกแกไม่ได้หรอกนะ และก็จะกลับบ้านเอง ก็พ่อมารับ พ่อบอก ไหนแฟน ทำไมไม่พามาให้พ่อรู้จัก ลินก็ร้องไห้กอดพ่อ บอกว่ามีเรื่องจะสารภาพ

ลินตัดขาดจากแก๊งเด็กรวย ไม่ยอมรับเงินล้านที่ต้องได้ (ในขณะที่แบงค์รับ และแบงค์ก็โดนไล่ออกจากโรงเรียน) ลินไปสอบสัมภาษณ์จะสมัครครู คนสัมภาษณ์ก็ถามว่าคุณเป็นแบบอย่างที่ดีได้แค่ไหน ลินบอกว่าก็ไม่โกหกนะ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำตัวดีเท่าไหร่ พวกเด็กรวยก็จัดงานฉลองความสำเร็จ ใส่เสื้อสกรีนว่า กูได้คะแนน STIC 1620 (มั้งนะ) ส่วนลินโดนแบงค์เรียกไปที่บ้าน บ้านแบงค์ที่เคยเป็นร้านซักผ้าน้องแบงค์เก่าๆ โทรมๆ ก็รีโนเวตมีเครื่องซักผ้าใหม่เอี่ยม รีแบรนด์เป็นร้านมิสเตอร์แบงค์ แบงค์มายื่นข้อเสนอให้ลินโกง GAT-PAT เพราะว่าลูกค้าเยอะกว่า ได้เงินเป็นสิบๆ ล้าน ลินไม่เอา ลินกำลังจะจากไป แบงค์บอกว่า ถ้าลินไม่ร่วมด้วย แบงค์จะแหกลิน ให้ลินไปเรียนเมืองนอกไม่ได้เหมือนแบงค์ จะบอกด้วยว่าพวกเด็กรวยโกง แปลว่าเด็กไทยปีนี้ก็จะโดนตัดสิทธิ์หมด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับแก ลินชะงัก ยิ้ม แล้วบอกว่า ใช่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรา แล้วเปิดประตูออกไป ตัดกลับมาที่ พ่อก็ปลอบลินว่าไม่เป็นไรนะพ่อจะอยู่ตรงนี้ ลินก็เข้าไปสารภาพถึงกระบวนการโกงข้อสอบข้ามโลก จบ

โดยส่วนตัวคิดว่าก็มีหลายจุดที่ทำได้ดี เช่น ครูสอนพิเศษเพื่อบอกข้อสอบนี่คืออินไซต์เด็กทุกวัยเลยมั้ง เรื่องแป๊ะเจี๊ยะไม่อิน ส่วนเรื่องความเท่าเทียมก็ชี้ให้เห็นว่าต่อให้มึงเก่งแต่มึงไม่รวยมึงก็โอกาสน้อยกว่าเด็กรวยอันนี้ก็อาจจะจริง (แต่ลินนี่คืออัจฉริยะมากๆ มากจนไม่น่าจะเลือกวิธีโกงเลย เลือกวิธีสอนพิเศษก็ได้เงินรึเปล่า แต่หนังก็พยายามจะบอกว่าลินมีปมโกรธแค้นโรงเรียนโกรธแค้นครูเลยชีตกลับแม่งอะนะ) ชอบในพอยต์ที่บอกว่า แต่แกเห็นมั้ยว่าถึงแม้ว่าแกจะไม่ได้โกง แต่ชีวิตแม่งก็โกงแกอยู่ดี และชอบประเด็นหักมุมที่อีพัฒน์จ้างคนไปซ้อมแบงค์ เหี้ยได้ใจดี

ในส่วนที่ไม่สมเหตุสมผลก็ทำให้รู้สึกขัดๆ เช่น ธรรมชาติของคนเห็นการลอกมันน้อยมากที่จะทำตัวฆ้องปากแตกแบบอีแบงค์ (ฟ้อง ผอ เชียวนะโว้ย) และความไบโพลาร์ของอีแบงค์ที่ ตอนโดนจับที่ออสก็ยิ้มให้ลินว่ากูยอมโดนจับเอง อ่าวกลับมาไทยไหงจะทำตัวโกงแล้วแหกทุกคนอีกรอบ แล้วคนคุมสอบทั้งไทยทั้งออสคือแบบ เด็กเคาะโต๊ะเป็นจังหวะซุมบ้าเบอร์นั้นแล้วเคาะทั้งห้อง มึงไม่เอะใจเลยว่าพวกมันทำอะไรกัน อีลินเอาดินสอล้วงปากคลุกๆๆๆ คนคุมไม่เห็นเลยว่าทำอะไร แล้วอีคนคุมสอบผู้ชายที่วิ่งตามลินอย่างบ้าคลั่งจนถึงสถานีรถไฟ มึงลากลินกลับไปทำไมในเมื่อสุดท้ายก็ปล่อยลินมาอยู่ดี งงในงงเข้าไปอีก ในส่วนของตอนจบเข้าใจว่ายากแหละ จีดีเอชนี่หลายรอบละ บางเรื่องก็ชูตัวโกงแบบ ฆ่าคนตายแต่ก็รอด แต่เรื่องนี้จบอีกแบบ เอาเป็นว่าไม่ judge หนังในส่วนของการตัดสินใจจบแบบนี้ แต่ไม่ชอบความสมเหตุสมผลที่เกิด แต่กระแสส่วนใหญ่ก็ดีมากอะนะ เราก็อาจจะเป็นคนส่วนน้อยที่คิดว่าโดยรวมเราไม่สนุกละกัน

Save

Permalink

ทอนซิลอักเสบเป็นหนอง

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์

ความตั้งใจวันอาทิตย์คือไปโยคะที่สาทร ต่อด้วยไปเวทกับคาร์ดิโอที่ฟิตเนส อาบน้ำรอพี่มารับ แล้วก็ไปกินโจ๊กมาม่าดูด้วยกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือไปโยคะเสร็จ คิดว่าออกกำลังกายไม่ไหวแล้วเพราะเหนื่อยมาก หรือไม่ได้กินอะไรแต่เช้าวะ ไปกินโอวัลตินโคอิเตะที่สยามก่อน แล้วค่อยว่ากันละกัน

ได้กินโอวัลติน สรุปก็ยังไม่ดีขึ้น หน้ามืดๆ เหนื่อยๆ ล้าๆ ถ้าเป็นลมกลางสยาม อ้วนๆ แบบนี้ใครจะแบก

ไม่อาบน้งอาบน้ำที่ไหนละ นั่งนิ่งๆ ตรงที่ขายโอวัลติน แล้วลงไปเรียกแท็กซี่กลับบ้าน
ระหว่างทางกลับบ้านช่างยาวไกล หนาวมากแต่รับรู้ได้ว่าเค้าก็ไม่ได้เปิดแอร์เย็นอะไรขนาดนั้น ก็เอาตัวไปซุกตรงที่แดดส่อง เป็นแบบนี้ตลอดทาง

พอถึงหอ ไต่ขึ้นห้องชั้นหกอย่างยากลำบาก แข็งใจไปอาบน้ำ แล้วพุ่งมานอนบนเตียง

ซักพักได้เรื่องละ ตัวเริ่มอุ่น อุ่นไปซักพักเริ่มร้อน ห่มผ้ามิด ณ อากาศแบบเดือนมีนาคม แก้มเริ่มแดง คิดว่าไข้สูงละแต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจ

ณ ขณะนั้นเป็นเวลาสี่โมง
ไม่มีแรงจะทำห่าอะไรแล้ว
นอนรอพี่มารับ
อีพี่ก็นะ กว่านางจะกลับมาจากยุดยา กว่านางจะถ่อไปงานไทยเที่ยวไทย นางมาหาตอนสองทุ่มครึ่ง ตอนนั้นนึกว่าจะตายละคือร้อนทั้งตัว ใจเต้นรัวมาก ปวดหัว ปวดตัว ปวดทุกสิ่ง
แก้มแดงเหมือนปัดบลัชออน (ยัง ยังจะประทับใจ)
พอนางมารับ สิ่งแรกคือไปโรงพยาบาล
ว่าแต่ไปโรงพยาบาลตอนจะสามทุ่ม อาการไม่ฉุกเฉินหมอจะด่ามั้ยวะ
อ้อ ฉุกเฉินว่ะ
ไข้ 39
ความดัน 162
ใจเต้น 129
และเหงื่อไหลไม่หยุด แรงไม่มีเหลือ
วัดค่าอะไรเสร็จโดนเข็นเข้าห้อง ER (คือปกติถ้าคนไข้อาการปกติ ตรวจวัดอะไรเสร็จ เค้าก็ให้เดินไปนั่งรอหมอ พยาบาลเรียก เค้าก็ให้เข้าไปตรวจในห้องใช่มะ แต่นี่คือโดนเข็นไปนอนรอในโซน ER นอนรอบนเตียง หมอเดินมาตรวจ อะไรแบบนั้นเลย)
หมอมาตรวจอีกรอบ ก็เล่าอาการไป ไข้ค่ะ น้ำมูกไม่มี ปวดหัวมาก ปวดตัวเล็กน้อย
หมอก็ตรวจ และให้อ้าปากตรวจ
โห ต่อมทอนซิลบวมมาก เป็นหนองด้วย คนไข้ไม่เจ็บเลยเหรอ
ไม่เจ็บค่ะ
แล้วจะนอน รพ มั้ย
ไม่นอนค่ะ (ตอบทันที) (ไม่มีเงินโว้ย)
เค้าก็จ่ายยาตามเรื่องตามราว ให้ใบรับรองแพทย์ที่ลาได้ 2 วัน และกำชับว่า ถ้าไข้ไม่ลดเลยให้รีบมาหาหมอนะ

ก็กินข้าว กินยา นอน นอนแทบไม่ได้ ลุกมาฉี่กับคายเสมหะตลอดเวลา
คอที่ตอนแรกบอกว่าไม่เจ็บตอนนี้แทบลุกเป็นไฟ
นอนไม่หลับและทรมานจนต้องแอบอัดยานอนหลับไปอีกสามเม็ดรวมเป็นสี่เม็ด ถึงจะพอหลับได้

ตืนมามีไข้บ้างแต่ลดลง
ไม่มีแรงทำห่าอะไรเลยนอกจากนอน แต่ไม่หลับนะ นิยายยังไม่อยากจะอ่าน แต่ก็พอมีแรงหลับไปบางช่วงบ้าง
พี่ก็มารับตอนเย็น ไปกินข้าว กินยา นอนต่อ นอนไม่หลับ กินยานอนหลับอีกสี่เม็ด (อีกแล้ว) เอ้า หลับให้พอ

วันต่อมาตั้งใจจะไปทำงาน
ไปไม่ไหวว่ะ พักต่อละกัน ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่เจ็บคอมันจะลามไปทุกอย่างขนาดนี้
มานึกๆ จริงๆ มีอาการคอไม่ปกติมานานมากแล้ว เผลอๆ เกินเดือน รู้ว่าต่อมทอนซิลโต และตื่นมาจะต้องคายเสมหะให้ก้อนเหลืองๆ มันออกถึงจะไม่เจ็บคอ
แต่ไม่นึกว่าจะลุกลามขนาดนี้ ขอโทษค่ะต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว
ชีวิตวันนี้ก็เข้าลูปเดิม จะลุกมาปั่นงานยังไม่มีแรง นอนวนไป แต่ไข้ไม่มีแล้ว ก็กินข้าวกินยา แล้วนอน แล้วแอบอัดยานอนหลับอีกแล้ว ขอโทษค่ะหมอ

วันนี้ (8 มีนา) เป็นวันที่ต้องไปพบหมอเพื่อติดตามอาการ ตอนแรกจะไม่ไป หายแล้วเฟ่ย (หายบ้านเอ็ง) ลองหายเสมหะ เอ่อ เสมหะมีสีแดง โอเค ยอม ไปก็ได้ เจอหมออีกคน หมอส่องคอ เอ้า ยังไม่หายเลยนี่ ฉีดยาไปก่อน ถ้ายังไม่หาย จะตัดคอ เอ๊ย ตัดต่อม เอ่อ อย่าให้ถึงวันนั้นเลย อย่าให้มันต้องกลายเป็นจริง ก็โดนฉีดก้น แจกยาให้กิน จบ

น่าจะเป็นภาวะป่วยหนักในชีวิตพอๆ กับเป็นไข้หวัดใหญ่สมัยโน้น (นั่นก็เกือบต้องเข้า รพ เหมือนกัน)

อย่าละเลยอาการเล็กๆ น้อยๆ จริงๆ แหละ ไม่ใช่ป่วยกระจุ๋มกระจิ๋มก็ไปหาหมอ แต่ให้ลองรักษาตัวเองก่อนมันจะเป็นใหญ่โตแบบนี่งิ

เอนี่เวย์ น้ำหนักลดเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก (เกือบห้าโลในสามวัน) โอเคไม่ไปฟิตเนสละ (ผ่าง! โดนเพื่อนตบหัว)

Permalink

วิธีแต่งหน้าเวลาท่องเที่ยว

เป็นคนไม่แต่งหน้าในชีวิตประจำวันเพราะที่ไทยร้อน แต่งหน้าออกจากบ้านก็เหงื่อผุดเป็นสายน้ำแล้ว รำคาญ และเป็นคนเผลอแล้วจะเอามือไปปู้ยี้ปู้ยำหน้า เช่นเหงื่อออกก็เอามือปาดแม่ง ซึ่งถ้าแต่งหน้าก็ไม่ควรใช่ปะ ก็เลยไม่แต่ง แต่ถ้าไปเที่ยว โดยเฉพาะเวลาไปเมืองหนาว จะพิรี้พิไรกับการแต่งหน้าเป็นพิเศษ

คือเอาจริงๆ แต่งหน้าไม่เก่ง (เพราะไม่ได้แต่งบ่อย — อ้าง) มันก็อาจจะทำให้เวลาแต่งฟูลออปชั่นมันช้า ดังนั้นก็จะแล้วแต่วัน ถ้าวันไหนฟูลออปชั่นก็จะเป็นวันที่ตั้งใจแรดจริงๆ ส่วนวันอื่นที่ขี้เกียจ ตื่นสาย หรือป่วย ก็จะลัดขั้นตอน ได้แก่

ฟูล
กันแดด, ไพรเมอร์, รองพื้น (หรือแป้งผสมรองพื่น), คอนทัวร์ครีม, ไฮไลต์ครีม, แก้มครีม, แป้งฝุ่น, คิ้ว, อายไพรเมอร์, อายแชโดว์, อายไลเนอร์, มาสคาร่า, แก้ม, ปาก, คอนทัวร์, ไฮไลต์

ไม่ฟูล
กันแดด, ไพรเมอร์, คอนทัวร์ครีม, ไฮไลต์ครีม, แก้มครีม, แป้งฝุ่น, คิ้ว, อายไพรเมอร์, อายแชโดว์, แก้ม, ปาก, คอนทัวร์, ไฮไลต์

หรือ
กันแดด, ไพรเมอร์, แป้งฝุ่น, คิ้ว, , อายไพรเมอร์, อายแชโดว์, แก้ม, ปาก, คอนทัวร์, ไฮไลต์

มีวันนึงป่วยและขี้เกียจตื่น ก็ทำแค่สองอย่างคือ
กันแดด, ลิป แล้วก็หาพร็อพสีๆ เอา จบ

โน้ต

  • สำคัญสุดคือห้ามลืมกันแดด
  • อะไรที่ปรับได้แต่แรกก็ปรับไป เช่น กันคิ้ว ต่อขนตา
  • วันไหนไม่ได้แต่งตา (คือโดยส่วนตัวเป็นคนตาเล็ก ฟาดสโมกกี้อายไปก็ไม่เห็นอะไร) พอยต์เมกอัปตรงอื่นช่วยได้มาก เช่น เน้นแก้ม เน้นปาก ก็ว่าไป
  • โดยส่วนตัวจุดที่คิดว่าทำยากสุดคือการกรีดตา ทริปล่าสุดมีวันนึงเสียเวลากะการกรีดไป 20 นาที ฟัก

 

Permalink

จ่ายราคาเต็มทำไม! รวมเครื่องสำอางไฮเอนด์ที่หาซื้อได้ในราคาถูกกว่าเคาน์เตอร์

ใครที่รักเครื่องสำอางไฮเอนด์บางทีก็อาจจะกุมขมับนิดหน่อยกับราคาที่ทำไมมันแพงจัง (วะ) แต่มันมีหลายแหล่งหลายทางนะที่จะทำให้เราได้เครื่องสำอางเหล่านั้นโดยไม่ต้องจ่ายราคาเต็มเสมอไป มียี่ห้ออะไรบ้างมาดูกัน

อันไหนแนะนำแหล่งซื้อได้ก็จะแนะนำ อันไหนถ้าบอกว่าหาได้ใน Facebook ขออนุญาตไม่บอกแหล่ง ไปกูเกิลเอาเอง

  • เกือบๆ ทุกยี่ห้อที่อยู่ในห้าง ส่วนใหญ่ถ้ารอโปรห้างลด 10% อะไรงี้ก็ดี แล้วมันจะมี topup ด้วยแต้มบัตรเครดิต แต้มเอ็มการ์ด เดอะวันการ์ด ก็ว่าไป บางทีก็ลดไปได้เกือบๆ 30% ถ้าใช้แต้ม แล้วโปรห้างถ้าซื้อครบ 6000 ได้ voucher 200 อยู่แล้ว และบางทีซื้อ 3000 ก็ได้ voucher 100 ก็มี (แล้วแต่โปรห้างเลย) ก็ต้องหมั่นตามโปรห้างหน่อย
  • Three, Laura Mercier, Illamasqua อันนี้รอสอยงาน CMG ได้เลย ลดบ่อย ลดเยอะเวอร์ บางเพจบางเฟซบุ๊ก ก็สามารถหาซื้อได้ในราคาลด 45%
  • Laneige มีบางเฟซบุ๊กลดได้ถึง 50%
  • Salwahsoo ดูจากในเฟซบุ๊ก ลด 45-50%
  • Lancome 45% (Facebook)
  • Shu uemura จำไม่ได้ 20-45% (FB)
  • Cle de peau, NARS และอื่นๆ ในเครือชิเซโด้ รองานเซลล์ มีปีละ 2 ครั้งมั้ง ลดเยอะเวอร์ลดไปเกิน 50% รองพื้นราคาห้าพัน เหลือแปดร้อยงี้
  • Dior ลด 20% ได้อยู่ บางที 50% ก็มี
  • YSL 20% บางทีก็มี 50% (พวก 50% มักจะเป็นช่วงปลายปีต้องทำยอด)
  • SK-II เจอลด 45%
  • Sephora ทำให้ได้ black card ให้ได้ แล้วรอตอนลด 20%
  • kheils ลด 40%
  • Benefit รอซื้อ holiday set คุ้มมากกกกกกกกกกกกกกกก พวกตัวดังๆ primer mascara eyebrow อะไรงี้ เอามาจัดเซ็ตเหลือสองพัน ถ้าซื้อเดี่ยวๆ อาจจะสามสี่พัน (และถ้าซื้อจาก USA ก็ยิ่งถูกเข้าไปใหญ่)

 

ขี้เกียจไล่แล้ว เอาเป็นว่าเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ถ้าหาดีๆ ลดได้ 15-80% แล้วแต่ความสามารถของคน แต่ก็ต้องทำใจว่า ลดเยอะ อาจจะเป็นงานเซลล์ ของที่ได้ปีเก่าหน่อย เช่น ผลิตปี 2014 แต่หมดอายุปี 2019 อะไรงี้ แล้วแต่คนเลยจริงๆ อะ ก็ลองหาแหล่งกันเอาเองนะ

ส่วนตัวที่หาลดยาก ได้แก่ chanel, tom ford พวกนี้หยิ่งไม่ร่วมโปรห้างไม่ร่วมโปรอะไรทั้งนั้น (แต่บัตรเซ็นทรัลลดได้ 5% ฝั่งพารากอนไม่แน่ใจ) พวกนี้ถ้าอยากได้จริงก็ซื้อห้างได้เลย แต่ถ้าใครรวยไปยุโรปได้เหมือนยุโรปจะถูกกว่า (แล้วแต่ค่าเงิน) จบ

Page 1 of 1412345...10...Last »